คำบรรยาย เรื่อง "ความจำเป็นและประโยชน์การจัดระเบียบสังคม"
ของ
ศาสตราจารย์ ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
แก่
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
โรงเรียนสุราษฎร์ธานีเทคโนโลยี และโรงเรียนสุราษฎร์ธานีเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรม
วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545
ณ ห้องประกายเพชร โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี


ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์เทคโนโลยี ท่านผู้บริหาร ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านและลูกหลานที่รักทุกคน
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางโรงเรียนสุราษฎร์เทคโนโลยีที่ได้ให้โอกาสมาบรรยายในวันนี้ จริง ๆ แล้วผมกับท่านอาจารย์วรท นั้น ได้รู้จักกันมานาน ตั้งแต่สมัยที่ผมยังอยู่ที่นิด้า แล้วนิด้านั้นได้มาเปิดโครงการปริญญาโทที่นี่ เมื่อประมาณ 11 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นก็ทำให้ผมได้มีโอกาสมาที่สุราษฎร์ธานีบ่อย เรียกว่าทุกปี ในแต่ละปีก็มาประมาณ 5-6 ครั้ง อย่างไรก็ตามแต่ในวันนี้ที่ได้มานั้น ผมอยากจะเรียนว่า ผมมาในฐานะที่อยากจะคุยกับคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวอย่างง่าย ๆ เบา ๆ และก็คงไม่มีอะไรน่าหนักใจ แต่ก่อนที่จะคุยในเรื่องที่ง่าย ๆ เบา ๆ นั้น อยากจะปูพื้นสักนิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและก็ตรงกัน ในขณะนี้เราทั้งหลายเหมือนกับครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ ครอบครัวที่มีบรรพบุรุษปู่ย่าตาทวดที่ไม่เคยขาดสาย ถ้าใครที่มาจากครอบครัวที่อบอุ่นที่ไม่เคยขาดสาย บ่อยครั้งก็ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเท่าไหร่กับการนับว่าตระกูลเราไปอย่างไรมาอย่างไร เรามักไม่ค่อยให้ความสนใจเหมือนกับคนที่เขากำพร้า คนที่เขาขาดพ่อขาดแม่ขาดปู่ย่าตายาย สังคมไทยในวันนี้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เรามักจะคิดว่าสิ่งที่เรามีอยู่นี้เหมือนกับได้เปล่า กลับไปบ้านก็เจอพ่อ กลับไปบ้านก็เจอแม่ บางทีก็เจอลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย แต่ถ้าพวกเราทั้งหลายเคยไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กเล็ก ๆ เหล่านั้นโดยเฉพาะยิ่งอายุไม่ถึง 2-3 ขวบ ถ้ามีใครที่เป็นผู้ใหญ่ไปเยี่ยมไปป้อนข้าวเขาไปอุ้มเขา เขาจะเกาะแน่นเลยเขาจะไม่ยอมปล่อยคนที่ไปอุ้ม ไปดูแลเขา เหมือนกับเขาต้องการความรัก เขาขาดความรัก และเมื่อเขาโตขึ้นสิ่งที่เขาอยากจะทราบก็คือ พ่อเขาเป็นใคร แม่เขาเป็นใคร เขามาจากไหน เขาคงไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่แน่นอน ผมพูดตรงนี้ก็เพราะว่าบ่อยครั้งเราในฐานะที่เป็นคนไทย เป็นประชากรไทยก็เหมือนครอบครัวที่สมบูรณ์ เราไม่ค่อยได้สนใจว่าปู่ย่าตายายของเราเป็นอะไร เป็นใครมา ประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร ซึ่งจะแตกต่างอย่างมากกับชนชาติที่เขาไม่มีที่มาที่ไป อย่างพวกคนผิวดำในอเมริกา เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วมีภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องหนึ่งมาฉายในประเทศไทย ชื่อภาษาอังกฤษว่า Root ภาษาไทยนั้นแปลว่า ราก เป็นเรื่องประวัติความเป็นมาของคนผิวดำ ที่ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกาที่ถูกจับไปเป็นทาส บางคนก็ถูกขายไปเป็นทาส คนเหล่านี้ประวัติศาสตร์ไม่มีไม่มีอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีแต่ความทรงจำของคนรุ่นหนึ่งเล่าต่อให้คนอีกรุ่นหนึ่ง พระเอกในเรื่องนั้นถ้าใครได้ดูก็จะจำได้ว่า Kuntakinte นั้นสืบสายต่อมาตั้งแต่ก่อนที่อเมริกาจะประกาศเอกราช เป็นอาณานิคมของอังกฤษไล่มาจนถึงปัจจุบันถึงรุ่นเหลน เหลนต้องการอยากจะรู้ว่า Kuntakinte มาจากส่วนไหนของอัฟริกา แล้วทำไมถึงต้องมาเป็นทาส อยู่ในอเมริกาบรรพบุรุษของเขาเป็นใคร มีรากเหง้ามาอย่างไร เราสามารถดูรากเหง้าเหล่านี้ได้ไม่ยากเท่ากับคนอัฟริกัน อัฟริกันนั้นต้องเดินทางกลับไปที่อัฟริกาไปศึกษา ไปฟังคนแก่ที่เล่าเรื่องเพราะในอัฟริกาหลาย ๆ หมู่บ้านจะไม่มีการใช้อักษร เป็นการเล่านิทานจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ถ่ายทอดกันมา เพราะฉะนั้นคนไหนที่จำแม่นและเป็นผู้อาวุโสของหมู่บ้านก็จะจำเรื่องราวและเล่าเป็นนิทานสืบทอดให้ลูกหลานฟัง ต่อมาเป็นการเล่าเชิงประวัติศาสตร์ ความสนใจความใส่ใจทำให้สิ่งที่เขารู้น้อยเป็นรู้มากขึ้น เขาขวนขวายได้มากขึ้น ในท้ายสุดเขารู้ได้ว่า Kuntakinte นั้นเป็นใคร มาจากเผ่าไหน แถบไหนของอัฟริกา ทำไมถึงมาอยู่ในอเมริกา ญาติของเขาคือใคร
เราอยู่ที่นี่ อย่างน้อยประวัติศาสตร์ที่พวกเราทั้งหลายเรียนตั้งแต่เราสร้างชาติที่สุโขทัย 800 ปี ใน 800 ปี เราจะพบว่าเรามีอาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบันนี้ ใน 800 ปีนั้นเราเป็นชาติที่มีทั้งรุ่งเรืองและตกต่ำ นั่นคือมรดกที่ล้ำค่าที่พวกเราทุกคนจะต้องรับสืบทอด และก็จะต้องสานต่อไม่ให้ขาดสายไม่ให้ขาดตอน เราไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อตัวเราเองในวันนี้เท่านั้น สิ่งที่เราพูดถึงจริยธรรม คุณธรรม ในภาษาสังคมวิทยาง่าย ๆ คือการที่นึกถึงผู้อื่นที่นอกเหนือจากตัวเอง การที่เรานึกเฉพาะตัวเราเองและอยู่เพื่อตัวเราเองเท่านั้น คือคนที่ไร้คุณธรรม ไร้จริยธรรมเอาตัวรอด เราต้องนึกถึงว่าวันนี้เราคือผู้สืบสาย เหมือนสายน้ำที่ไม่ขาดตอนที่ไหลจากตอนบนมาสู่ตอนล่างและจะไหลต่อไปไม่จบสิ้น ที่นี่คือสายธารของการสืบทอดของความเป็นชาติที่ทุกคนในห้องนี้มีภาระมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและต้องสืบทอดต่อไป เราพบว่าในประวัติศาสตร์ของเรานั้นมีมหาราชหลายพระองค์ และทำนองเดียวกันก็มีทรราชหลายคนเช่นกัน เมื่อไหร่ที่ประเทศชาติปกครองโดยมหาราชบ้านเมืองก็อุดมสมบูรณ์ รุ่งเรืองไพศาล เมื่อใดก็ตามที่บ้านเมืองปกครองโดยทรราช ก็อับเฉายากจนค่นแค้นและสิ้นหวัง สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบมากต่อมวลชนหรือหมู่ประชาที่อยู่ เราเสียกรุง 2 ครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2112 พระนเรศวรมหาราชเป็นผู้กอบกู้เอกราช เราต้องนึกถึงว่าพระนเรศวรสมัยหนึ่งนั้นเป็นเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่ง อายุ 9 ขวบ ลองนึกถึงพวกเราเวลาที่เราอายุ 9 ขวบ เราทำอะไรอยู่ ถูกส่งไปเป็นตัวประกันที่หงสาวดี กว่าจะกลับมาจะต้องเอาพระพี่นางพระสุพรรณกัลยาไปแลกเปลี่ยน เพื่อจะขอพระนเรศวรกลับมาเมื่ออายุ 15 อายุ 9 ขวบ ถึง 15 ขวบนั้นอยู่ที่หงสาวดีก็ถูกปฏิบัติเช่นลูกเชลย จะเป็นจะตายวันไหนก็ไม่ทราบ ถูกกดดัน ถูกกดขี่ ถูกรังแก ถูกเหยียดหยาม และในประวัติศาสตร์ไทยถ้าจะตีไก่กัน ระหว่างพระมหาอุปราชซึ่งเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับพระนเรศวร ซึ่งจะแก่กว่าพระนเรศวรเล็กน้อย ก็ใช้คำพูดที่เหยียดหยาม เป็นต้นว่า เฮ้ย ไก่เชลยตีกับข้าไหม พระนเรศวรตอบว่าอย่าว่าแต่ตีพนันเลย ตีเอาบ้านเอาเมืองกันก็ยังได้ นั่นคือสำนึกของเด็กคนหนึ่งซึ่งนึกตลอดว่า เรากำลังเป็นเมืองขึ้น เรากำลังถูกเขากดขี่ เราต้องกู้เอกราช เราต้องเอาความเป็นชาติไทยกลับคืนมา ในห้องนี้ทุกคนนั้นโตกว่าพระนเรศวรทั้งสิ้น สำนึกเหล่านี้ต้องมีไม่น้อยกว่า ยิ่งวันนี้เรามีการศึกษาที่ดีกว่า มีการอบรมที่ดีกว่า รับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้มากมายเหลือเกินทั่วโลก แต่สิ่งที่สำคัญของสื่อต่าง ๆ ที่เรารับนั้น ถ้าเราไม่มีทิศทางไม่มีเป้าหมาย สิ่งเหล่านี้ก็จะถมทับเราเหมือนน้ำท่วมเราตาย คนเราถึงแม้จะรู้น้อยแต่มีทิศทางมีเป้าหมาย จะสามารถใช้ข้อมูลได้มากกว่าคนที่ไม่มีทิศทางและก็รับไปวัน ๆ เป็นผู้ฟังอย่างเดียว ขาดบทบาทในการคิดในการนำไปสู่การปฏิบัติ
เราต้องเข้าใจว่าทุกบททุกตอนของประวัติศาสตร์นั้นคือบทเรียนสำหรับพวกเราในวันนี้และวันข้างหน้าด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่องคมนตรีท่านหนึ่งได้เคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อครูถามนักเรียนว่า พวกเธอในห้องนี้ใครบ้างที่รู้จักพันท้ายนรสิงห์ แล้วเด็กคนหนึ่งยกมือ ครูก็ดีใจมากแสดงว่าเด็กห้องนี้สนใจประวัติศาสตร์ และบอกเด็กว่าเธอลองตอบซิว่า พันท้ายนรสิงห์เป็นใคร เด็กก็ยกมือลุกขึ้นตอบอย่างฉะฉานว่าน้ำพริกเผาครับ เป็นยี่ห้อน้ำพริกเผาจริง ๆ แต่เด็กคนนั้นไม่ได้รู้ไปไกลกว่านั้นว่า ยี่ห้อน้ำพริกเผาตรงนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าของน้ำพริกเผานั้นมีความภาคภูมิใจในความสัตย์ซื่อ ในความตรงต่อหน้าที่ของพันท้ายนรสิงห์ เหตุเกิดสมัยอยุธยาตอนกลาง สมัยพระเจ้าเสือ ขณะที่ล่องเรือในคลองโคกขาม ตามประวัติศาสตร์เขาเล่าว่าเรือพระที่นั่ง เนื่องจากตรงนั้นน้ำเชี่ยวกรากนายท้ายเรือก็คือ พันท้ายนรสิงห์ไม่สามารถคัดท้ายเรือให้พ้นจากการกระแทกกับต้นมะขามใหญ่ได้ หัวเรือก็ขาดสะบั้นลง ตามกฎมณเฑียรบาลนายท้ายผู้ใดที่ทำให้เรือพระที่นั่งมีอันเป็นไปโทษมีสถานเดียวคือประหารชีวิต พระเจ้าเสือนั้นรักพันท้ายนรสิงห์มากก็ไม่อยากจะประหาร พันท้ายนรสิงห์นั้นแทนที่จะเหมือนคนปกติทั่วไปที่จะขอชีวิต กลับทำตรงข้ามขอให้พระเจ้าเสือประหารตัวเองเสียเพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและเพื่อให้ดำรงพระเกียรติยศของพระเจ้าเสือ ในที่สุดพระเจ้าเสือก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร โอ้โลมปฏิโลมอย่างไรก็ตามพันท้ายนรสิงห์ก็ไม่ยอม ท้ายสุดก็จนพระทัยต้องสั่งประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ นั่นคือความตรงต่อหน้าที่ นี่คือการรักษาเกียรติ ผมได้พูดในหลายที่ว่า ถ้าข้าราชการไทยในวันนี้หรือคนไทยในวันนี้ มีความภักดีเช่นนี้ ประเทศไทยจะไม่ตกต่ำ เราจะต้องเอาตัวอย่างของคนที่ดีงามนั้นมาใส่สมองของเรา ในจิตใจของเรา ในความมุ่งมั่นของเรา บุคคลเหล่านี้คือขวัญกำลังใจ ท่านเหล่านี้คือตัวแบบ ที่ตัวเราทั้งหลายควรจะเดินตาม
พ.ศ.2310 กรุงศรีอยุธยาสิ้นเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่จะสิ้นนั้นเป็นเวลา 1 ปี มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้ช่วยในการต่อสู้ป้องกันไม่ให้พม่าย่ำยีกรุงศรีอยุธยาเร็วเกินไป กลุ่มนั้นก็คือชาวบ้านบางระจัน ชาวบ้านบางระจันไม่ใช่นักรบเป็นชาวบ้านธรรมดาแต่มีจิตใจความเป็นเลือดนักสู้ ผมไปจังหวัดสิงห์บุรีเมื่อไหร่ก็จะมีความรู้สึกตื้นตันใจ เราเคยไปอบรมทางด้านการเมือง ถึงเวลาปฎิญาณตนชาวบ้านบางระจัน อำเภอบางระจัน หรืออำเภอค่ายบางระจันก็แล้วแต่ ในจังหวัดสิงห์บุรี มีความพร้อมเพรียงมีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ และมีความเข้มแข็งเหมือนกับทหาร ทั้ง ๆ ที่เขาคือชาวบ้าน เขาสืบทอดความรู้สึกเข้มข้นตรงนี้มาถึงปัจจุบันนี้ 200 กว่าปีที่ผ่านมา ชาวบ้านบางระจันรวมตัวกันต่อต้านกองทัพพม่า ทีแรกกองทัพพม่าก็บอกว่าชาวบ้านธรรมดาขี่ควายใช้ขวานไม่เห็นยากอะไร ก็ส่งระดับนายกองไป ปรากฏนายกองวิ่งแจ้นกลับมา บอกว่าพวกนี้เข้มแข็ง ก็ส่งระดับที่สูงกว่านี้อีกไป แม่ทัพพม่าคนหนึ่งตายในที่รบ สู้กันถึง 8 ครั้ง รู้สึกครั้งที่ 9 พม่าจึงต้องลากปืนใหญ่มา บางระจันก็พยายามหล่อปืนใหญ่ แต่เนื่องจากขาดความรู้ทางเทคนิค โลหะไม่บริสุทธิ์ หล่อแล้วปืนใหญ่ก็แตก ครั้งที่ 9 บางระจันก็สูญสลาย หลังจากนั้นประมาณ 1 ปีเศษ อยุธยาก็ล่มสลาย
ก่อนที่อยุธยาจะล่มสลายประมาณ 8 เดือน ก็มีกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งซึ่งตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไปก็คือพระยากำแพงเพชร แต่เราเคยชินในบรรดาศักดิ์เก่าก็คือพระยาตาก ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไปจากอยุธยา ต้องต่อสู้ถอยร่นไปตลอดจนถึงชลบุรี และก็เป็นที่เชื่อได้ว่าจุดแรกที่พระยาตากได้พักก็คือที่พัทยา ขอเข้าเมืองระยอง พระยาระยองไม่ยอมให้เข้า ขอเข้าเมืองจันทบูรณ์ พระยาจันทบูรณ์ไม่ให้เข้า แล้วก็หยาบหยามว่าเป็นทหารหนีทัพ ในท้ายที่สุดก็ต้องพักกำลังทหารซ่องสุมผู้คน เตรียมเรือที่จะเป็นเรือรบ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาจุดที่จะดำเนินการ และจันทบูรณ์ขณะนั้นเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่เหมาะสม พระยาตากก็ขอเข้าร่วมกับพระยาจันทบูรณ์ พระยาจันทบูรณ์ไม่ยอม ในที่สุดก็ตัดสินใจให้ทหารหุงข้าวมื้อสุดท้ายแล้วก็สั่งทุบหม้อข้าวหม้อแกงให้หมด และหลังจากนั้นทหารก็ถามว่าพระคุณท่าน มื้อหน้าจะกินที่ไหน ท่านตอบว่า มื้อหน้าไปกินในเมืองจันทบูรณ์ ถ้าตีจันทบูรณ์ไม่ได้ก็ตายพร้อมกัน นั่นคือความเด็ดเดี่ยว ความมุ่งมั่น ที่พระเจ้าตากสินได้มีต่อประเทศไทย จนท้ายที่สุดท่านได้กอบกู้ประเทศกลับมาได้ภายในเวลาแค่ 8 เดือนตลอดพระชนม์ชีพของท่านนั้น ต้องต่อสู้ฟ่าฟันเพื่อปกป้องประเทศอยู่ตลอดเวลา จนถึงบางครั้งท่านต้องใช้ความเฉียบขาดอย่างมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่กองทัพพม่ามาประชิดพรมแดนไทย ท่านสั่งการให้กองทัพเรือไปสะกัดกั้นกองทัพพม่าโดยห้ามหยุดที่ใดทั้งสิ้น ปรากฏว่าพระยาคนหนึ่งซึ่งเป็นคนนำทัพถือโอกาสขอขึ้นบ้านระหว่างที่เรือผ่านบ้าน ความทราบถึงพระกรรณพระเจ้าตากสิน สั่งให้เอาพระยาผู้นี้ไปตัดหัวเสียฐานขัดคำสั่ง บ้านเมืองเวลามีภัย ผู้นำต้องเด็ดขาด ต้องฉลาด ต้องเสียสละ การขัดคำสั่งนั้นมันหมายถึงความตายของคนทั้งหมด เพราะฉะนั้นการที่อยู่รวมกันมันจำเป็นต้องมีวินัย วินัยเหล่านี้ต้องออกมาจากใจของพวกเรากันเอง
ประเทศของเรานั้นวันนี้ผ่านวิกฤต ผ่านร้อน ผ่านหนาวมา 800 ปี เราจำเป็นต้องอยู่ต่อไปไม่ต่ำกว่า 800 ปี อีก 800 ปีข้างหน้านั้น เรายังมองไม่ออกว่าเรายังเจออะไรอีกมากมาย แต่วันนี้ที่เราเจอและเราพบมากที่สุด ยิ่งชาติของเราอยู่นานมาถึงปัจจุบันวิกฤตนั้นมันเร็วขึ้น ๆ เรื่อย ๆ เราจะเห็นว่าตั้งแต่เราเสียกรุงครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 2 เป็นเวลาประมาณ 200 ปี หลังจากนั้นเราเจอวิกฤตมาตลอด วิกฤตจากลัทธิล่าอาณานิคม วิกฤตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง วิกฤตจากเรื่องของวันเสียงปืนแตก และในที่สุดวิกฤตของเรื่องภาวะเศรษฐกิจ และภาวะสังคมในปัจจุบันนี้ ลูกหลานที่นั่งอยู่ในที่นี้ทุกคนมีหน้าที่นอกเหนือจากสิทธิที่จะต้องหวงแหนรักษาผืนแผ่นดินนี้สืบทอดต่อไป ถ้าดียิ่งกว่า 800 ปีก็คือชั่วกัปชั่วกัลป์คู่กับโลก แต่สิ่งเหล่านี้จะมีไม่ได้เลย ถ้าเราไม่รู้จักรักและหวงแหนผืนแผ่นดินนี้ที่เรากำลังนั่งอยู่ ที่เราได้เกิด ได้กิน ได้นอน และส่วนใหญ่ก็จะตายที่นี้ โลกของเราทั้งใบนั้นเชื่อว่านักเรียนนักศึกษาได้ศึกษามาแล้ว 4 ใน 5 ส่วนคือ น้ำ คือทะเล คือมหาสมุทรที่เป็นผืนดินที่เราสามารถตั้งถิ่นฐานได้ในวันนี้มีเพียงแค่ 1 ใน 5 ส่วน หรือพูดง่าย ๆ คือ 20 % ใน 1 ใน 5 ส่วนนั้นที่อุดมสมบูรณ์แบบประเทศไทยที่เป็นภูมิอากาศแบบร้อนชื้น สมมุติที่ดินบนโลกนี้มี 100 ไร่ ที่อุดมสมบูรณ์แบบบ้านเรา ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป มีพืชพันธ์ธัญญาหารแบบสุราษฎร์ธานี มีทั้งในทะเล มีทั้งบนบก มีทั้งในอากาศ มีทั้งบนภูเขา การแต่งเนื้อแต่งตัวก็แต่งแบบสบาย ๆ ไม่ต้องแต่งแบบใส่ประเภทเสื้อขนสัตว์ในฤดูหนาว เราสามารถมีบ้านเรือนได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนมากมาย แล้วเดินไปที่ไหนก็มียอดผัก ยอดไม้อะไรต่าง ๆ ให้ทานได้เยอะแยะเต็มไปหมด แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่เช่นนี้มีเพียง 8% ของโลกเท่านั้นเอง อย่าไปคิดว่าโลกทั้งโลกมีเหมือนกันหมด ไม่ใช่ ใน 100 ไร่มีอุดมสมบูรณ์แบบบ้านเราแค่ 8 ไร่ ลูกหลานทั้งหลายถ้ามีโอกาสไปเยือนประเทศอื่น เราจะทราบว่าอีกหลายประเทศนั้นเขาแร้นแค้นกว่าเรามากเหลือเกิน จนกระทั่งบางประเทศเขาต่อว่าเรา บางประเทศอยู่ในทะเลทราย วันดีคืนดีเขาก็ต้องต่อสู้ฝ่าฟัน เขาไม่มีแม้กระทั่งน้ำ เขาต้องเอาน้ำทะเลมากลั่นทำเป็นน้ำจืด น้ำจืดนอกจากใช้อุปโภคบริโภคให้คนกินคนใช้แล้วยังต้องไปรดน้ำต้นไม้ แต่ถึงวันหนึ่งเขาก็ร่ำรวยขึ้นมา เพราะการที่เขาประหยัด เขาอดออม เขามีวินัย มีความเข้มแข็ง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เขาสามารถปลูกมะเขือเทศในทะเลทรายได้โดยการใช้น้ำเค็ม สามารถเพาะปลูกได้ในทะเลทราย ขณะนี้เขาเห็นดินแดนแบบบ้านเราเขาบอกว่านี่มันสวรรค์บนดิน จนได้อย่างไร ไม่ต้องปลูกไม่ทำลาย เดี๋ยวมันก็ขึ้นเต็มไปหมด แต่ปรากฏว่าท้ายที่สุดแล้ว เราต้องไปแบมือขอรับความช่วยเหลือ เขาบอกว่าประเทศอย่างเราขอความช่วยเหลือจากเขาได้อย่างไรในเมื่อเรามีทุกอย่าง ประเทศอย่างเราจนได้อย่างไร ติดหนี้ 2.8 ล้านล้านบาทได้อย่างไร มันเป็นเพราะอะไรที่เราถึงตกต่ำได้ถึงขนาดนี้ ลองนึกกลับไปนะ เรามีสารพัดอย่าง ปัจจัยสี่ของเมืองไทย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย นี่คือความจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์
อาหารแบบอาหารไทย เป็นอาหารที่มีคุณค่ามหาศาล ลองดูให้ดีนะ วันนี้คนหนุ่มคนสาวรูปร่างค่อนข้างจะเอวบางร่างน้อย สเลนเดอร์ นอกเหนือจากวัยนี้แล้วอาหารไทยช่วยได้โดยเฉพาะอาหารใต้ช่วยเยอะมาก อาหารของไทยในอดีตส่วนใหญ่ก็เป็นข้าว เป็นผัก เป็นปลา แต่วันนี้เรากำลังถูกค่านิยมของตะวันตกทุ่มเข้ามาจึงต้องเปลี่ยนค่านิยมในการบริโภคของเรา ทั้งที่เขาทราบดีว่าอาหารที่เขาผลิตขึ้นมานั้นมันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่สำหรับเมืองร้อนและไม่เหมาะเท่าไหร่สำหรับพวกเรา อาหารที่ทานเนื้อสัตว์เป็นชิ้น ๆ นั่นคืออาหารที่ขาดการพัฒนา อย่างที่เรียกsteak steak ก็คือสำหรับพวก cowboy พวกนี้ไม่มีเวลาในการปรุงอาหาร ไม่มีทักษะในการปรุงอาหาร ก็ตัดเนื้อวัวเป็นชิ้น ๆ เก็บเอาไว้ในอานม้า ถึงเวลาจุดไฟแล้วปิ้งเพื่อให้มีรสชาติเอาซอสเทใส่แล้วทานเป็นชิ้น ๆ ในขณะที่อาหารของไทยเรานั้น เราไม่ทานเนื้อเป็นชิ้น ถ้าจะทานก็ทานแบบมาผสมกับผักหรือผัด และเมื่ออาหารเปลี่ยนแปลงไปวันข้างหน้า พวกเราทั้งหลายที่รูปร่างเอวบางร่างน้อยท้ายสุดแล้ววันข้างหน้าจะกลายเป็นพะโล้ อาหารเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไปเห็นชาติตะวันตก ตอนที่เขาอายุน้อย ๆ แบบลูกหลานในห้องนี้ เขาก็จะเอวบางร่างน้อยคล้าย ๆ กัน แต่เนื่องจากอาหารของเขาไขมันจัด เป็นเนื้อสัตว์มาก และนอกจากนั้นเขายังมีนมเนยค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับเมืองหนาวในบางช่วง เมื่อทานเข้าไปแล้วสั่งสมเข้าไปมาก ๆ มันก็จะเป็นไขมันส่วนเกิน อย่างยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่เราเรียก pie ที่รสเค็มทั้งหลาย ขนม pie ที่เป็นแป้ง ทำเป็นกระทง แล้วใส่พวกเนื้อสัตว์ใส่พวกเครื่องเทศข้างใน แล้วปิดด้วยแป้งข้างบนที่เขาเรียก pie pie พวกนี้เกิดจากอะไร ถ้าเข้าใจวิธีการผลิต จะเข้าใจเลยว่า เวลาที่เขาจะขายเนื้อสัตว์ ไม่ว่าเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อแกะ เขาจะต้องเลาะเอาส่วนที่เป็นมันออก เพื่อให้ผู้ซื้อมีเนื้อมากขึ้น มันดูน่าซื้อ คำถามคือพอเขาเลาะเอามันสัตว์เหล่านี้ออกไปแล้วมันเหล่านี้เขาเอาไปทำอะไร หลายประเทศมีมันเหล่านี้เหลือวันละ 10 ตัน เขาเสียดายเขาไม่ทิ้ง เขาเอามาผสมเครื่องเทศ ผสมสี ผสมกลิ่นเข้าไปแล้วก็มาทำ pie ฉะนั้นพอเราทาน pie เข้าไปหนึ่งชิ้น เราได้รับไขมันสัตว์เข้าไปชิ้นหนึ่งเท่าลูกกอล์ฟ เข้าไปทุกวัน ๆ เมื่อใช้ไม่หมดมันก็สั่งสมในร่างกาย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องทราบ ต้องระมัดระวังในการที่จะเอาอะไรใส่ในปากของเรา ต้องระมัดระวังที่จะเป็นทาสหรือถูกการมอมเมาจากการโฆษณาโดยที่เราไม่ทราบสรรพคุณที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเรื่องโภชนาการเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องดูแลสุขภาพของเราดูแลร่างกายของเรา
อย่างวันนี้ไม่มีใครยอมพูดในเรื่องข้อเท็จจริงว่าน้ำอัดลมทั้งหลายมีส่วนผสมของฟอสเฟต ประเทศเราถูกมอมเมามาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ปี น้ำพวกนี้เอาเข้ามาในโรงเรียนแล้วก็ให้ทานฟรี เด็กก็ติดความหวานของน้ำ พวกน้ำอัดลมทั้งหลายไม่ว่าน้ำสีอะไรก็ตามแต่ หลังจากเมื่อเราดื่มจนกระทั่งติดแล้ว ไปตามร้านก็จะสั่ง พ่อแม่เอาใจลูกก็จะซื้อให้ เด็กก็เริ่มทาน ทีนี้เด็กพอจำความได้ แม่ก็ใส่ขวดนมให้ บางคนดูดจนกระทั่งหลับคาขวดนมไป น้ำอัดลมมีน้ำตาลก็ทำให้เด็กฟันผุ ถ้าทานแล้วแปรงฟันก็ไม่เท่าไหร่ ถ้าทานแล้วไม่แปรงฟัน ฟันผุ ถูกกัดกร่อน แต่เมื่อบริโภคสิ่งเหล่านี้เข้าไปมากเข้าในนั้นมันมีฟอสเฟต ฟอสเฟตเหล่านี้ก็ไปดึงแคลเซี่ยมจากกระดูก เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่น่าแปลกใจว่าเด็กอเมริกันจำนวนไม่น้อยกระดูกเปราะมาก อายุน้อย ๆ กระดูกเปราะเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วก็ทานสิ่งเหล่านี้เข้าไปตลอด
เมื่อวันศุกร์ที่แล้วผม ได้มีโอกาสตามท่านนายกรัฐมนตรีไปประเทศอินเดีย ถึงแม้จะไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรจากเขาพอสมควร วันนั้นนายกรัฐมนตรีของอินเดียเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งปกติในการเลี้ยงอาหารค่ำ ถ้าเราไปประเทศต่าง ๆ เขาจะมีการเสิร์ฟพวก Wine เสิร์ฟพวกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แต่ที่ประเทศอินเดียน่าประทับใจ ไม่เสิร์ฟ Wine ไม่เสิร์ฟน้ำอัดลม แต่เสิร์ฟน้ำผลไม้ มีน้ำผลไม้สามสีให้เลือก สีที่หนึ่งสีส้ม เราก็ทราบดีว่าคือ น้ำส้มคั้น สีที่สองสีเขียว น้ำฝรั่ง สีที่สามนี่สวยมาก สีแดงแป๊ดเลย ที่นั่นเขาเอาทับทิมมาคั้นเป็นน้ำทับทิม นั่นคือสิ่งที่เขาทราบว่าอะไรเป็นประโยชน์
เมื่อหันกลับมาถึงเรื่องของประเทศไทย เรามีอาหารอุดมสมบูรณ์มากและในวันนี้บรรดาลูกหลานทั้งหลายโดยเฉพาะนักศึกษาหญิง นักเรียนหญิงที่อยากสวย เราเห็นแล้วสวยด้วยมีดหมอนี่อันตราย ผมไม่พูดว่าหมอคนไหนทำ ถ้าอยากสวย อย่าสวยเพียงแค่ผิวหนัง อย่าสวยเพียงแต่เมคอัพ คนเราวันนี้ถ้าจะสวยมันต้องสวยไปถึงใต้ผิวหนัง สวยเข้าไปถึงกระดูก สิ่งหนึ่งที่จะทำให้สวยได้ตลอด คือ การบริโภคอาหาร อาหารชนิดหนึ่งไม่ได้หายากเลย มีคนจำนวนไม่น้อยวิ่งไปหาน้ำทิพย์ ที่จะทำให้คงความเป็นหนุ่มเป็นสาวไว้ตลอดชีวิต คือ รู้สึกแก่ช้า วันนี้ไม่ต้องวิ่งหาที่ไหน ความแก่เกิดจากสองแนวคิด
 
1) แนวคิดที่หนึ่งคือ ร่างกายของพวกเราทุกคนถูกกำหนดโปรแกรมเอาไว้เหมือนคอมพิวเตอร์นั่นแหละ สัตว์แต่ละชนิดถูกกำหนดให้มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงจนถึงหลายร้อยปี สัตว์นะครับไม่พูดถึงพืช อย่างพวกยุงตัวผู้มีชีวิตสั้นเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น มนุษย์โดยเฉลี่ยแล้วอายุจะต้องถึง 100 ปี แต่ภายใต้แนวคิดของการผูกโปรแกรมของเซลล์นั้นก็จะมีสิ่งต่าง ๆ ที่เราประพฤติปฏิบัติจะทำให้เราอายุยืนหรืออายุสั้นได้ด้วย การที่จะอายุยืนหรืออายุสั้นนั้น ในทางด้านสุขศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เขาพูดถึงหลัก 5อ คือ อาหาร อากาศ อารมณ์ ออกกำลังกาย การขับถ่ายหรืออุจจาระ ถ้าปฏิบัติตามหลัก 5อ ก็จะอายุยืน โดยเฉพาะอาหารที่สำคัญ คือ อาหารที่เป็นอาหารแบบอาหารไทย วันนี้สิ่งที่น่าตกใจเรากำลังรับอาหารตะวันตกเข้ามาอย่างรวดเร็วมาก ทั้งที่ประเทศตะวันตกเองเรียกอาหารพวกนี้ไม่ว่า hamburger หรือไก่ทอดว่า junk food คนอเมริกันที่เขามีเงินหรือมีฐานะเขาไม่ทานหรอกครับ junk food เขาจะมาทานอาหารแบบประเภทที่เป็น restaurant ที่เสิร์ฟเป็น course อาจจะเริ่มต้นด้วย salad จากนั้นเป็นพวก main dish ซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งอาจจะตบท้ายด้วยน้ำชากาแฟ อาหารพวก junk food เหล่านี้ คืออาหารจานเร็ว จานด่วนทั้งหลาย สำหรับคนที่ไม่มีเวลา สำหรับคนที่ฐานะด้อย อาหารที่มีคุณค่าของเราในวันนี้ที่กระจายไปทั่วโลก ทั่วโลกกำลังติดใจมากก็คือ ผัดไทย ต้มยำ ส้มตำ ผมว่าวันหน้าคงรวมแกงเหลืองเข้าไปด้วยถ้าไม่เผ็ดจนเกินไปนัก อาหารของเรามีคุณค่ามหาศาลในแง่โภชนาการ ผลไม้ของเราเป็นผลไม้ที่มีคุณค่ามหาศาลที่ทำให้ไม่แก่
 
2) แนวความคิดที่สอง มันเนื่องจากว่าเราทานอาหารที่ไม่มีคุณค่า ที่เรียกว่าอนุมูลอิสระเข้าไปมากเกินไป อนุมูลอิสระก็คือทำให้มี electron ในร่างกายมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ เราทานพวกปาท่องโก๋ เราทานพวกข้าวเม่าหรือทานพวกกล้วยแขกที่ทอดด้วยน้ำมันที่ใช้ซ้ำซากเกินกว่า 2 ครั้ง ตามร้านบางทีทอด 2 ครั้ง 3 ครั้ง 4 ครั้ง 5 ครั้ง จนกระทั่งน้ำมันดำ ไม่ได้ว่าทานสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ทานได้แต่ต้องเลือกร้านที่เขาเปลี่ยนน้ำมันตามกำหนด หนักหนาสาหัสไปกว่านั้น วันนี้ปรากฏว่าน้ำมันที่เขาผ่องถ่ายเขาไม่ใช้แล้วในร้านบางร้านเขามาขายต่อ ร้านพวกนี้ก็รับซื้อต่อ แล้วก็มาทอดให้เราทานอีก มันก็เกิดอนุมูลอิสระเต็มไปหมด อนุมูลอิสระอันนี้พูดเป็นภาษาง่าย ๆ คือ ทำให้เกิด electron เมื่อเวลามันอยู่โดดเดี่ยวมันวิ่งพล่านไปทั่ว มันต้องวิ่งไปหา proton เพื่อจับคู่กันให้กลายเป็น neutron เมื่อเป็น neutron แล้วมันจะสงบ ถ้ามีเฉพาะ electron มันจะวิ่งไปทั่ว เมื่อมันวิ่งไปในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มันก็เหมือนกับการที่วิ่งไปแล้วไปชนเซลล์ ทำให้เหมือนกับเป็นระเบิดในอัฟกานิสถาน มันชนเซลล์ในร่างกายเรา มันก็ทำให้เซลล์ในร่างกายเราเสื่อม
วิธีการอย่างหนึ่งที่จะทำให้ลดอนุมูลอิสระเหล่านี้ก็คือ ทานพวกผลไม้หรือน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะวันนี้ผลไม้ที่เป็นเหมือนน้ำทิพย์ที่ทำให้คงความเป็นหนุ่มเป็นสาวคือ ส้ม ส้มเขียวหวาน ที่ไม่มีสารพิษ ทานเสียแต่วันนี้ ต่อไปอีก 50 ปีก็ยังปิ๊ง เรื่องจริง เรื่องง่าย ๆ แล้วเวลาทานน้ำผลไม้ อย่าไปเข้าใจผิด น้ำผลไม้ใช่ว่าทานจากกระป๋องแล้วเหมือนกับน้ำผลไม้สดมันคนละเรื่อง น้ำผลไม้ที่บรรจุกระป๋องส่วนใหญ่กลายเป็นน้ำหวานแล้ว เราบอกว่าวิตามินซีป้องกันพวกอนุมูลอิสระ เพราะฉะนั้นทานพวกวิตามินซีมาก ๆ ได้ผลไหม วิตามินซีมันต้องทานพร้อมกับ enzyme บางอย่างของผลไม้นั้นถึงจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ วิตามินที่เรามาซื้อทานส่วนใหญ่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายไม่เกิน 10% อีก 90%ทิ้ง ขับถ่ายมาพร้อมกับอุจจาระไม่มีประโยชน์ ประโยชน์ที่มีและถูกที่สุดก็คือทานพร้อมกับลูกผลไม้ นำส้มปอกเปลือกมาไม่ต้องเอารกมันออก ทานเข้าไปทั้งกลีบทั้งรก มีประโยชน์มาก ถ้าใครอยากผิวสวยที่นี่มีสิ่งที่ช่วยทำให้ผิวสวยก็คือมังคุด ถ้าท่านทานมังคุดเป็น มังคุดต้องทานทั้งเม็ด ผมเองก็ไม่ทราบ อยู่จนถึงอายุ 50 ปี ท่านที่ปรึกษาบอกว่า ท่านเป็นเจ้าของสวนมังคุด 100 ปี อายุ 100 ปี ท่านบอกว่ามังคุดต้องทานทั้งเม็ด เราก็คายเม็ดทุกทีถ้าไม่เชื่อลองเคี้ยวดู เม็ดมังคุดทานเข้าไปได้มันมีรสมัน ไม่ต้องคายเม็ด มังคุดทานเข้าไปทั้งเม็ด เงาะต้องคายเม็ด ตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ และถ้าเราอยากให้กระดูกดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษาหญิงที่มีปัญหาเรื่องกระดูกในระยะยาวถ้าทาน calcium น้อย เราอาจจะทานจากนมสดก็ได้ หรือถ้าไม่ทานจากนม มีผักหลายชนิดมากที่มี calcium สูงเป็นต้นว่าใบยอ ผักคะน้าที่ปลอดสารพิษ งาดำ อยากผมดำงาดำช่วยได้ calcium สูงมากในงาดำ แต่การทานงาก็ต้องทานเป็นอีก สิ่งเหล่านี้ต้องสอนกันต้องบอกกันงาถ้าไม่บดให้แหลกเคี้ยวให้แหลก ทานแล้วก็กลืนเข้าไปทั้งเม็ดเล็ก ๆ มันก็ไม่ย่อย งาที่ไม่ถูกบดไม่ถูกเคี้ยว มันเข้าไปในร่างกายแล้วก็เที่ยวผ่านลำไส้เราแล้วก็ออกมาโดยไม่มีการย่อย เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เกิดผลในการทานงา งาเหล่านี้ต้องโขลกให้แตก ร่างกายถึงจะย่อยสลายงาได้ แล้วในงานี้มี calcium สูงมาก โครงสร้างของพวกเราต้องสวย โครงสร้างต้องดี ความสวยต้องเข้าไปถึงกระดูก ไม่ใช่สวยเฉพาะแต่งหน้า make up แล้วบอกว่าสวยแล้ว แล้วถ้าอยากจะสวยหลัก 5อ ใช้ได้เลย อาหาร อากาศ อารมณ์ คนเราจะงามได้จิตใจต้องดี อารมณ์ต้องดี ต้องเป็นคนที่ยิ้มง่าย สิ่งนี้เราใช้ต้อนรับชาวต่างชาติและเขาประทับใจอย่างมากก็คือการยิ้ม ยิ้มสยาม คนที่ยิ้มกล้ามเนื้อจะผ่อนคลายมากกว่าหน้าบึ้ง การยิ้มทำให้เรามีเพื่อน เพราะฉะนั้นเราจะต้องเป็นคนที่ยิ้มง่าย ที่นี่อาจจะต้องมีเอกลักษณ์ของโรงเรียนคือเจอหน้ากันก็ต้องยิ้ม อย่าแยกเขี้ยวใส่กัน โดยเฉพาะบางทีเขาบอกว่านักศึกษารุ่นใหม่ ประเภทพันธุ์ดุ เจอหน้าจะฟัดกันอยู่เรื่อย เจอหน้ายิ้มให้กัน ออกกำลังกายต้องสร้างเป็นนิสัย คนจีนนั้นมีวัฒนธรรมที่เก่าแก่เป็นเวลานับพันปี อย่างท่าไท้เก็ก ท่าต่าง ๆ ของการรำมวยจีนเช้าขึ้นมาเขาจะออกกำลังกาย ด้วยการรำมวยจีน ออกมาเดิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องสร้างเป็นนิสัยให้ได้ ถ้าเราสามารถออกกำลังกายทุกวัน อย่างน้อยวันละ 20 นาที เริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่มีสาย ในอนาคตจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บถามหาเลย 30 บาทไม่ต้องใช้ด้วย
โรคขณะนี้ที่เราเป็นกันเขาเรียกว่าเป็นโรคคนทำ ไม่ใช่โรคที่มีเชื้อโรค โรคคนทำแปลว่าอะไร เป็นต้นว่า ทานอาหารไม่เป็นเวลา ถึงเวลาทานไม่ทาน ถึงเวลาทานจะเล่น ถึงเวลาทานจะนอน เราต้องสร้างให้ร่างกายนั้นเหมือนเครื่องจักรที่ตรงเวลา สมมุติ 7 โมงเช้าทานข้าว ทุกวันถ้าไม่ติดขัดอะไร 7 โมงเช้าต้องทาน เที่ยงต้องทาน 18 นาฬิกาต้องทาน ตามกำหนดการเวลา ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยออกมาโดยไม่ไปย่อยกระเพาะพวกเรา แล้วโรคกระเพาะเป็นแล้วหายยากที่สุด แผลในกระเพาะอาหาร วิธีการป้องกันง่ายมาก ถึงเวลาก็ทาน ถ้าถึงเวลาทานไม่ได้ ง่ายสุด เอาอาหารติดไว้ในรถ ติดไว้ในกระเป๋า อาหารที่ติดง่ายมากก็คือกล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้านี่อย่าดูถูก เป็นผลไม้ที่ประเสริฐมาก ๆ พวกเราทั้งหลายโตมาได้ด้วยกล้วยน้ำว้ามีทั้งไขมัน แคลเซี่ยม เกลือแร่ โปรตีน และใครที่เป็นลมบ่อย ๆ ไม่ต้องไปซื้อโปรเตสเซี่ยมทาน ทานกล้วยน้ำว้า นอกจากนั้นกล้วยน้ำว้ามีสรรพคุณย่อยง่าย ถ้าใครท้องผูก ก่อนนอนทานกล้วยน้ำว้า แล้วดื่มน้ำอุ่นตามเข้าไป เช้าขึ้นมาสบาย สิ่งเหล่านี้ต้องรู้จัก กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ประเสริฐมาก ๆ สิ่งเหล่านี้ยังมีอีกมากมายเราต้องรู้ว่านี่คือประเทศไทย นี่คือทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าที่ธรรมชาติมอบให้กับพวกเรา ในขณะนี้อยู่ที่สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทองเป็นหมู่เกาะที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลกที่นักท่องเที่ยวเขาอุตส่าห์มาไกลครึ่งโลก เขาบินมาเพื่อมาลงที่สมุย จากสมุยเขาท่องเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง เพราะเป็นหมู่เกาะที่สวยงามมาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้มีพระราชเสาวนีย์เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ท่านรับสั่งบอกว่าหมู่เกาะอ่างทอง และเกาะแก่งทั้งหลายในอ่าวไทย เป็นพื้นที่ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ท่านมีความประทับพระทัยมากเวลาที่เสด็จในพื้นที่เหล่านี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านรับสั่ง สิ่งที่ไม่น่าอภิรมย์ ไม่น่าสบายใจก็คือทุกหมู่เกาะเต็มไปด้วยขยะ ธรรมชาติให้เราสวยงามอยู่แล้ว เพียงแต่เราช่วยกันรักษา วันนี้กองทัพเรือก็เลยต้องส่งทหารเรือออกมาช่วยเก็บขยะตามเกาะต่าง ๆ ถ้ามีโอกาสไปดูว่าหมู่เกาะที่อยู่ใกล้สุราษฎร์ธานีนิดเดียวเป็นหมู่เกาะที่สวยงามอย่างไร และสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่สามารถเปิดหูเปิดตาได้ ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะได้อากาศที่ดี ออกกำลังกายทุกวัน
ลูกหลานนักศึกษาทั้งหลายอยู่ในวัยที่กำลังเสริมสร้างกำลังสร้างสรรค์ ทราบไหมว่าทำไมเขาถึงให้นอนหัวค่ำ ฝรั่งโดยเฉพาะอังกฤษเป็นชาติที่สร้างคน เราต้องไม่ลืมว่าอังกฤษเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่มากเมื่อ 100 ปีที่แล้ว คำว่ายิ่งใหญ่ที่นี้ก็คืออังกฤษเป็นชาติที่ดวงอาทิตย์ไม่ตกดิน มีอาณานิคมตั้งแต่ตะวันออกสุดในเอเชียถึงตะวันตกสุดในทวีปอเมริกา รวมทั้งเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก อังกฤษรู้จักวิธีการสร้างคน เขาสำรวจโลกเมื่อ 300 ปีที่แล้วแข่งกับสเปน จนในที่สุดวันนี้เราจะพบว่าเชื้อสายอังกฤษกระจายไปทั่วโลก และภาษาอังกฤษกำลังกลายเป็นภาษาสากล เพราะอังกฤษนั้นรู้เคล็ดลับว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของเขานั้น ไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะเกาะอังกฤษนั้นเล็กนิดเดียว อังกฤษทราบดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของเขาอยู่ที่ทรัพยากรมนุษย์ อังกฤษเริ่มสร้างมหาวิทยาลัยตั้งแต่ก่อนเราสร้างชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษคือ มหาวิทยาลัย OXFORD อายุ 950 ปี ยังเปิดดำเนินการและยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของอังกฤษ เพราะเขาจะมีคณะกรรมการประเมินทุกปี ประเมินในแง่การสอน ประเมินในการวิจัย อังกฤษยังประเมินให้ OXFORD เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่ง ตอนนี้ที่เขาเปิดที่สองรองจาก OXFORD อายุเก่าแก่น้อยกว่า OXFORD 50 ปี คือมหาวิทยาลัย CAMBRIDGE เพราะฉะนั้นอังกฤษรู้จักวิธีการที่จะสร้างคน วิธีสร้างคนเขาบอกสำคัญที่สุดของคนอยู่ที่สมอง คนที่อาจจะไม่มีอะไรเลย แต่สมองเป็นเลิศรู้จักดัดแปลง รู้จักค้นคว้า สามารถจะสร้างความมั่งคั่งได้ในชั่วพริบตา นักศึกษาไม่ต้องนึกถึงใคร นึกถึง Bill Gates เมื่อต้อนเริ่มต้นไม่ได้มีอะไรเลย แต่มีความคิดที่จะผลิต software ในตระกูล Microsoft ร่วมกับเพื่อน จะทำขึ้นมาเงินก็ไม่มี ในที่สุดก็ไปขอกองทุนร่วมทุนมาร่วมในการลงทุน และท้ายสุด Bill Gates เป็นอภิมหาเศรษฐีของโลกคนนี้ จากที่สมอง เพราะฉะนั้นคนที่เป็นอังกฤษหรือเชื้อสายอังกฤษเหล่านี้ จึงรู้ดีว่าตลอดเวลาที่จะสร้างคนนั้น เขาจะสร้างอย่างไร ภาษิตอังกฤษบทหนึ่งเขาบอกว่า Early to bed, early to rise, make a man healthy, wealthy and wise แปลว่าการเข้านอนแต่หัวค่ำ ตื่นนอนแต่เช้า ทำให้คนนั้นสุขภาพดี ร่ำรวย และฉลาด ทำไมต้องนอนหัวค่ำ สิ่งเหล่านี้มันมีธรรมชาติ มีหลักวิชาชีววิทยาที่กำกับควบคุมพวกเราอยู่ตลอดเวลา อย่านึกว่าเราเป็นสัตว์โลกที่อิสระ ไม่มีอะไรควบคุมเรา เราพบว่าในวันนี้ การนอนแต่หัวค่ำเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากของการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ประเทศตะวันตกจึงไล่เด็กให้ขึ้นเตียงตั้งแต่เวลาประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 12-13 ทุ่มครึ่งขึ้นเตียงจะหลับไม่หลับไม่รู้ต้องอยู่บนเตียง และเด็กเหล่านี้ไม่เกินสองทุ่มครึ่งส่วนใหญ่หลับหมด แต่ของเรานั้นวันนี้ 5 ทุ่มบางทียังเที่ยวอยู่ในกรุงเทพฯ เที่ยงคืนยังเข้าผับกันอยู่เลย และท้ายที่สุดแล้วปัญหาที่ตามมาคือเด็กเหล่านี้จะแคระ ทำไมจึงต้องนอนก่อนเที่ยงคืน มีกฎธรรมชาติบางอย่างซึ่งในวงการวิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ เขามีการศึกษาเป็นผลการวิจัยในประเทศไทยเสียด้วยซ้ำไป ท่านที่ศึกษาท่านนี้ได้ขอผลงานชิ้นนี้ในการขอตำแหน่งศาสตราจารย์เมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้วเรื่องคนตัวเตี้ยปัจจัยอย่างหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้ตัวสูงนอกเหนือจากอาหารอากาศแล้ว ก็คือการนอนหัวค่ำ เพราะขณะที่นอนหลับเท่านั้นที่สมองจะผลิตสิ่งที่เรียกว่า growth hormone ออกมาจากต่อมใต้สมอง ในขณะที่นอนหลับเท่านั้นที่ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต จะผลิตออกมาจากต่อมใต้สมอง เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากสูงก็ต้องนอนหัวค่ำ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกแถบชุมพร เขาเรียกมะขามข้อเดียวตัวเตี้ย ๆ ป้อม ๆ แต่เดี๋ยวนี้ไปเรียกเขาแบบนั้นไม่ได้แล้ว ญี่ปุ่น 180 นี่ธรรมดา เขารู้จักเรื่องโภชนาการ รู้จักดูแลสุขภาพ รู้จักให้เด็กนอนแต่หัวค่ำ
การโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เราคงจำได้เวลาที่ดวงจันทร์เต็มดวง น้ำในแม่น้ำลำคลองมหาสมุทรขึ้น ร่างกายพวกเรานั้น 70 % คือน้ำ เมื่อ 70% ในร่างกายของเราคือน้ำ ถ้าเรานอนหลับสนิทร่างกายอยู่คงที่ มันอาจจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตผลิตออกมา เมื่อผลิตออกมาแล้วก็ทำให้ร่างกายสูงขึ้น โตขึ้น ถ้าใครอายุต่ำกว่า 18 ปี พยายามนอนหัวค่ำ ก่อนเที่ยงคืนให้มากที่สุดจะดีที่สุด ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วทำไมต้องตื่นแต่เช้า การตื่นแต่เช้านั้นอากาศดี ออกกำลังกาย ชาวจีนเขาทราบเรื่องนี้มานับเวลาเป็นพันปีแล้ว ชาวจีนจึงตื่นประมาณตี 5 เสร็จเรียบร้อยแล้วจะมาเจอกันที่สวนสาธารณะ เพื่อออกกำลังกาย ด้วยท่าที่เหมาะสมกับวัย ส่วนใหญ่แล้วรำมวยจีนเขาจะเป็นท่าแบบเบา ๆ บางทีก็เป็นวิธีการ บางทีก็ใช้วิธีจำ ยกตัวอย่างคือท่าผ่าแตงโม เขาจะมีวิธีการจำ ความจำน่าสนใจมากแถมเป็นการจำที่ทำให้เราเข้าใจ เขาบอกว่าซื้อแตงโมมาลูกหนึ่ง ผ่าออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งแยกให้พ่อ ส่วนหนึ่งแยกให้แม่ นี่คือท่ามวยจีน แต่เขาจำเป็นเรื่องแบบนี้ทำให้เขาทำพร้อมเพรียงกัน นั่นคือการเล่าเรื่อง วิธีการออกกำลังกายของเขานั้นมีดนตรีประกอบ สิ่งเหล่านี้เราต้องเรียนรู้จากวัฒนธรรมที่เก่าแก่
วันนี้เราอยู่ภายใต้สองวัฒนธรรมที่เก่าแก่ คือ จีนและอินเดีย จีนมีอะไรดี อินเดียมีอะไรดี ทั้งสองชาตินี้มีนักคิด นักปรัชญา นักปราชญ์ ประสบการณ์มากมายด้วยกัน อย่างการบริหารวันนี้เราก็หยิบยืมแนวความคิดของสามก๊กมา เราหยิบยืมหลักพิชัยยุทธของซุนวู หรือซุนซู้ เป็นตำราพิชัยยุทธที่เป็นตำราของนโปเลียน นโปเลียนศึกษาตำราพิชัยยุทธนี้แล้วเอาไปใช้ในยุโรป นักธุรกิจในวันนี้เอาตำราของซุนวูหรือซุนซู้มาประยุกต์ใช้เป็นการสู้ในเชิงธุรกิจ อย่างน้อยสิ่งที่เรารู้จักและคุ้นเคยมากที่สุดคือรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง ไม่รู้เขา อย่างวันนี้ รบร้อยครั้งก็แพ้ร้อยครั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สำคัญมาก ที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานออกไปทำหน้าที่ ก่อนที่จะไปทำหน้าที่ ก่อนที่จะเลือกงาน ต้องรู้อาชีพที่เราจะเลือกนั่นคืออะไร มีข้อดีอะไร มีข้อจำกัดอะไร และต่อไปถ้าจะเลือกคู่ก็เช่นเดียวกัน ต้องรู้ว่าแฟนเราที่เราชอบนั้นเป็นคนอย่างไร ต้องรู้เขารู้เรา เวลาของพวกเราทั้งหลายเป็นเวลาที่ยังอีกยาวไกล ถ้าไม่ทำลายตัวเองเสียก่อน ด้วยยาเสพติด ด้วยการติดเอดส์ เราควรเริ่มคิดว่าเราจะทำอะไรในวันข้างหน้า
วันนี้ประเทศกำลังมีวิกฤต เรากำลังเจอวิกฤตทางสังคม ตรงนี้เองที่ทำให้รัฐบาล ในปัจจุบันต้องประกาศ 3 สงคราม คือ
1. สงครามความยากจน ซึ่งต่อสู้มาแล้วเป็นเวลายาวนาน อย่างน้อยเป็นสิ่งที่เห็นชัดเจนมากคือตั้งแต่สมัย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
2. สงครามยาเสพติด ที่รัฐบาลนี้ประกาศเพิ่มขึ้นมา
3. สงครามคอรัปชั่น ที่รัฐบาลนี้ประกาศเพิ่มขึ้นมาเช่นกัน

ทำไมถึงต้องประกาศสงครามยาเสพติด เราจะพบว่ายาเสพติดในวันนี้มันไม่ใช่ยาเสพติดในความหมายธรรมดาอีกต่อไป ยาเสพติดในอดีตนั้นเราจะพบว่าอาจจะทำให้คนนั้นขี้เกียจจนต้องมีการสูบฝิ่น นอนทั้งวัน ร่างกายซูบผอม ยาเสพติดลักษณะอย่างนั้น มันไม่ถึงกับทำลายสมอง แต่เราพบว่ายาเสพติดสมัยใหม่ไม่ว่าจะเรียกว่า ยาบ้า ยาอี ยาเค ยาเลิฟ พวกนี้ไปทำลายสมอง

ทรัพย์สินในอนาคตที่สำคัญที่สุดคือสมองของพวกเรา สมองมนุษย์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนต่ำสุดหรือล่างสุดเขาเรียกแกนสมอง ตรงนี้อยู่ประมาณท้ายทอยลงมา สมองส่วนนี้เป็นส่วนที่ไม่แตกต่างจากสัตว์ทั้งหลาย สมองส่วนนี้ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้าน ๆ ง่าย ๆ เขาเรียกว่าสมองเพื่อการดำรงชีวิต หรือกิน ขับถ่าย สืบพันธุ์ นอน ถ้าพวกเรามีกิจกรรมแค่นั้น เราก็ไม่ต่างจากสัตว์ทั้งหลาย และถ้าใครจะอยู่แค่นี้ก็ถือว่าเป็นระดับนี้เท่านั้นเอง สมองส่วนที่สองที่ทำให้เราสูงกว่าสัตว์อื่น ๆ ขึ้นมาเรียกว่า Limbic system เป็นสมองส่วนกลาง Limbic system ทำหน้าที่อะไร ถ้าใครมีโอกาสลองไปดูเขาเรียนวิชานิติเวช เขาจะเปิดหนังศรีษะแล้วใช้เลื่อยไฟฟ้าตัดกะโหลกตรงนี้ออกกะโหลกตรงนี้เหมือนกะลามะพร้าว แล้วจะผ่ากลางสมองให้ดู ส่วนมากหมอเขาจะผ่าหาสาเหตุของการตาย คนที่ตายผิดธรรมชาติทั้งหลาย ตรงนี้เป็นวิชาที่น่ารู้ พวกเราต้องรู้เกี่ยวกับตัวเราเกี่ยวกับร่างกายของตัวเรา อย่าไปรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจหรือถ้าหากใครไม่สามารถจะดูมนุษย์ได้ เราลองผ่ากบดูก่อนก็ได้ ว่าร่างกายกบเขาคล้ายร่างกายคน กี่ขดกี่ขดก็เหมือนกันหมด ส่วนที่ 2 นั้นเป็นสมองส่วนกลาง สมองส่วนกลางทำหน้าที่ในการตีความในการรับรู้ ทำให้พวกเรามีความรู้สึกสุข ความรู้สึกทุกข์ มีความรู้สึกดีใจ มีความรู้สึกเสียใจ พอใจไม่พอใจ การรับรู้อารมณ์ทั้งหลายอยู่ในสมองส่วนที่ 2 สมองส่วนที่ 3 เขาเรียกมันสมองหรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Cortex ครอบอยู่บนสุดเมื่อเปิดเข้าไปก็คือมันสมอง มันสมองตรงนี้โดยปกติแล้วเรามักจะเชื่อว่า เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งที่ความจริงแล้วไม่จำเป็น ไม่มีก็ไม่ตาย แต่มันสมองเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ เกี่ยวข้องกับการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกี่ยวข้องกับการคำนวณ เกี่ยวข้องกับสุนทรียศาสตร์ สมองส่วนนี้ถ้าไม่มีเราก็เหมือนกับสัตว์ชั้นต่ำทั้งหลาย ก็คือกิน ขับถ่าย สืบพันธุ์ นอน หรือรับรู้อารมณ์แบบง่าย ๆ แต่สมองส่วนนี้ทำให้เราฉลาดกว่าสัตว์อื่นใดทั้งหมด และถ้าเป็นไปได้วันนี้จำเป็นต้องสอนให้มนุษย์รู้จักใช้สมองส่วนบนสุดนี้ เพื่อควบคุมสมองในส่วนที่สองและสมองส่วนล่างให้ได้ เราจะไม่ให้สมองส่วนล่าง control สมองส่วนบน เพราะว่าถ้าสมองส่วนล่างมีอิทธิพลเหนือสมองส่วนบนก็จะเกิดปัญหา มนุษย์ทุกคนมีความรู้สึกอยากสืบพันธุ์ เมื่อเห็นคนนี้สวยอยากจะได้มาเป็นแฟนหรือมาทำเมีย หาทางข่มขืนให้ได้ นั่นคือสมองส่วนล่างมีอิทธิพลเหนือสมองส่วนบน หรือเห็นของชิ้นนี้ดีมากเลยของเพื่อนราคาแพงเป็นแบรนด์เนมอย่างเยี่ยมอาจจะเป็นเครื่องประดับ อาจเป็นเครื่องสำอางเสื้อผ้าอาภรณ์อะไรก็แล้วแต่ แถมยังใช้สมองคิดว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถหาได้อย่างเขา เขาเก็บไว้ที่ไหน ปกติเขาไปตอนไหน อย่างสมมุติว่าถ้ามีการเปลี่ยนชุดเล่นพละ บางแห่งมีล็อคเกอร์ ล็อคเกอร์ไหนเป็นของผู้หญิงคนนี้เอามาให้ได้ นี่คืออิทธิพลของสมองส่วนล่างมีอิทธิพลเหนือสมองส่วนบน ถ้าสมองส่วนบนมีอิทธิพลเหนือส่วนล่าง เราต้องมานั่งบอกว่าเขามีอย่างนี้เราจำเป็นต้องมีอย่างนี้หรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องหามาโดยวิธีสุจริต สมองส่วนนี้คือตัวที่กำหนดทิศทางในอนาคตของเรา เป้าหมายในชีวิตของเรา จากจุดนี้ไปยังจุดนั้น เป้าหมายเราคืออะไร
เมื่อเดือนที่แล้ว ผมและคณะได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่ได้รับการยกย่องระดับโลกของการเขียนภาพ ท่านก็เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่อายุ 12 ปี ท่านทราบตลอดเวลาว่าท่านอยากเป็นอะไร สิ่งที่ท่านอยากเป็นในขณะนั้นเป็นสิ่งที่ยากมากคืออยากเป็นนักเขียนภาพหรือนักวาดภาพ ที่ยากเพราะอะไร นักเขียนภาพในสมัยนั้นจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร เพราะการเขียนภาพท่านก็ทราบว่าไม่ได้สร้างอะไรที่เป็นประโยชน์ในการใช้สอย ไม่ใช่เทคโนโลยี การเขียนภาพนั้นเป็นการต่อจิตวิญญาณกับพระเจ้าก็คือสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์ หรือที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Super Nature นี่คือความตั้งใจของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี บอกว่าอายุ 12 ปี รู้แล้วอยากจะเป็นนักเขียนภาพ จากจุดนี้ทำอย่างไรถึงจะไปถึงจุดนั้น จุดนั้นคือเป้าหมายสูงสุดที่เราอยากจะได้ เส้นทางที่สั้นที่สุดที่จะไปถึงจุดหมายปลายทาง คือ สายตรงคือเดินตรงจากจุดนี้ตรงไปยังจุดนั้น
ใครก็ตามแต่ที่ไม่รู้จักเส้นทางสายตรง กระโดดลดเลี้ยวไปเรื่อย คดไปคดมา ท้ายที่สุดชีวิตตัวเองก็ไปไม่ถึงเป้าหมายเหมือนกับตอนที่ Hitler สั่งให้กองทัพ Nazyบุก Moscow แทนที่จากกรุง Berlin จะไป Moscow Moscow อยู่ที่มือขวา Berlin อยู่ที่มือซ้าย Hitler บุกขึ้นไปอีก 100 กิโลเมตรจะถึง Moscow แล้ว บอกว่ายังเหลือเวลาอีกหลายเดือนลงไป Ucrane ก่อน โจมตีบรรดาเมืองทั้งหลายที่อยู่ใน Ucrane ซึ่งกว้างใหญ่ไพศาลมาก กองทัพเยอรมันก็โจมตีเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ในยูเครน แต่ Ucrane เป็นรัฐที่มีแต่ทุ่งข้าวสาลี ทุ่งทานตะวัน มองสุดลูกหูลูกตา ยิ่งตียิ่งหลงทางไปเรื่อย พอจะหวนกลับขึ้นมาตี Moscow เวลาหมดถึงฤดูหนาวพอดี พอถึงฤดูหนาวทุกอย่างเป็นน้ำแข็งหมด การเคลื่อนพลที่เคยเคลื่อนสะดวกในฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูร้อนก็เคลื่อนพลไม่ได้ น้ำมันก็ขาดแคลน กำลังพลก็หิวโหย ท้ายสุดแบบเดียวกับนโปเลียนไปไม่ถึงจุดหมาย
เมื่อเราอยู่ในเยาว์วัยเป้าหมายชีวิตเราอยากเป็นอะไร ถึงแม้บางคนบอกว่าอยากรวยก็ไม่เสียหาย ทำอย่างไรถึงจะรวย จะรวยอย่างไร รวยสุจริต ทำอย่างไรเราถึงจะเป็นผู้ประกอบการ เราต้องมีเป้าหมายอย่างนั้น และใช้เวลาทองของเรานั้นขวนขวายสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ มีโอกาสในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากแนะนำให้ลูกหลานได้อ่านคือหนังสือประวัติบุคคลสำคัญ ท่านไหนก็ได้ที่เรามีความชื่นชม มีความเคารพ มีความชอบ เพื่อจะหาตัวแบบที่เราอยากได้ เป็น Role Model ของเรา พวกเราทุกคนมีโอกาสดีกว่ามหาบุรุษจำนวนไม่น้อยในโลกนี้ ทุกคนมีโอกาสดียิ่งกว่า Abraham Lincoln ซึ่งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา Lincoln เป็นผู้เลิกทาส แต่ Lincoln ได้เข้าโรงเรียนอย่างที่ลูกหลานกำลังได้เรียนนั้นเพียงแค่ 6 เดือน เนื่องจากครอบครัวของ Lincoln เป็นนักบุกเบิก เป็น PIONEER อยู่ในรัฐ Kentucky ไม่มีเวลาในการส่งลูกเข้าโรงเรียน โรงเรียนอยู่ไกลเกินไป Lincoln ก็อยู่ไกลเกินไป Lincoln ต้องทำงานอยู่ในไร่นาตลอดเวลาในการหักล้างถางพง ในการปลูกพืชผลเกษตร เพราะฉะนั้นเวลาที่ Lincoln จะมีก็คือเวลากลางคืนก่อนนอนจะเอาหนังสือที่ยืมจากห้องสมุดมาอ่านหน้าเตาผิง อ่านทุกวัน และเมื่อจะต้องไปซื้อของในเมือง Lincoln จะติดรถหรือติดเกวียนเข้าไปในเมืองไปคืนหนังสือไปยืมหนังสือ วันไหนที่พ่อแม่ใช้ให้ไปทำธุระในเมือง โดยที่อาจจะขี่ม้าไปบ้างหรือเดินไปบ้างก็จะไปยืมหนังสือแล้วก็อ่านทุกวัน นั่นคือการหาความรู้ใส่ตัวอย่างไม่ยอมจบสิ้น
สุภาพสตรีอัจริยะคนหนึ่งซึ่งเกิดมาแล้วพิการ ปกติเด็กเกิดมาพิการตาบอดอย่างเดียวก็แย่แล้ว ตาบอดอย่างเดียวก็รู้สึกว่าหนักแล้ว ผู้หญิงคนนี้เกิดมาตาบอด ตาบอดไม่พอหูหนวก หูหนวกแล้วก็เป็นใบ้ด้วย เด็กผู้หญิงคนนี้ก็คือ Halen keler ตั้งแต่เกิดมาแม่รู้สึกว่าทำไมลูกคนนี้เลี้ยงง่ายเหลือเกิน ร้องก็ไม่ร้อง ไม่กวนไม่อะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งเด็กอายุ 1 ขวบ แม่ถึงได้รู้ว่าลูกตัวเองพิการซ้ำซ้อน ทั้งตาบอดหูหนวกและเป็นใบ้ แม่จะทำอย่างไรจะสื่อสารกับลูกได้ ไม่มีที่ไหนเลยที่จะสามารถรับเลี้ยงดูได้ ไม่สามารถสื่อสารกับ Halen keler ได้ แต่แม่ของ Keler เป็นคนฉลาด เป็นคนอดทน เป็นคนไม่สิ้นหวัง เพราะฉะนั้นใครจะเป็นแม่คนจะต้องนึกถึงตัวอย่างแม่ของ Halen keler เป็นแม่ที่มีคุณภาพ ไม่ได้สักแต่ว่าเป็นแม่เป็นผู้ให้กำเนิดเท่านั้น แม่ของ Keler รู้ว่าลูกของตัวเองหูหนวกตาบอดเป็นใบ้แทนที่จะทิ้งลูก แทนที่จะหมดความหวังก็คิดว่าจะทำอย่างไร จะติดต่อกับลูกที่หูหนวกตาบอดเป็นใบ้ได้ ปัญหาใหญ่ระหว่างแม่กับลูกก็คือการสื่อสาร สื่อสารไม่ได้ แต่แม่ของ Keler พบเคล็ดลับอยู่อย่างว่าถึงแม้จะหูหนวก ตาบอดเป็นใบ้ แต่เด็กคนนี้ยังมีประสาทสัมผัสก็คือผิวหนัง ที่สามารถสื่อความหมายกันได้ แม่ของ Keler วันหนึ่งเปิดก๊อกน้ำ แล้วเอามือน้อย ๆ ของ Keler ไปสัมผัสน้ำ ให้น้ำไหลผ่านมือ หลังจากน้ำไหลผ่านมือเด็กก็จะสัมผัสว่ามันมีอะไรเปียก ๆ เย็น ๆ ก็ให้มาจับที่ปากแม่ แม่ก็จะพูดภาษาอังกฤษว่า Water เด็กก็รู้สึกว่ามีอาการสั่นสะเทือน แล้วก็ไปจับที่ปากลูกให้ลูกพยายามขยับปากพูดว่า Water ใช้ความพยายามอยู่เป็นเดือน ในการที่จะสอนลูกพูดคำเดียว Keler เริ่มรู้สึกว่าถ้าอยากจะได้น้ำก็ Water นั่นคือคำแรกที่แม่กับลูกสัมผัสกัน พอลูกเริ่มพูด Water แม่ของ Keler น้ำตาไหลพราก จากความปิติ สิ่งหนึ่งที่ Keler ไม่พิการและสำคัญที่สุดคือ สมอง ถึงแม้จะหูหนวก ตาบอด เป็นใบ้ แต่ Keler สมองไม่พิการ ในท้ายสุด Keler กลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เป็นสตรีอัจฉริยะ ทั้งที่มองไม่เห็นตลอดชีวิต สิ่งที่ Keler มีคุณูปการคือการคิดอักษรเบลล์ให้กับโลก อักษรตัวนูนที่คนตาบอดสัมผัสและกลายเป็นสุภาพสตรีที่สามารถปราศรัย สามารถพูดกับสาธารณชนได้อย่างไม่ติดขัด สามารถที่จะกลายเป็นบุคคลที่ตัวเองไม่เคยรู้สึกว่ามีปมด้อยในชีวิต แต่กลับภาคภูมิใจที่ตนเองสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องมีสิ่งนี้คือความไม่สิ้นหวัง

ท่านนายกรัฐมนตรีได้ฝากเยาวชนทุกคน ขอให้มี 3 อย่างหรือ 3Q ในตัวของท่านทั้งหลาย สามอย่างนี้จะทำให้พวกเราประสบความสำเร็จในอาชีพ คือ
1) IQ ย่อมาจากคำว่า INTELLIGENT QUOTIENT คือเชาว์ปัญญา
2) EQ ย่อมาจากคำว่า EMOTIONAL QUOTIENT คือความมั่นคงทางอารมณ์
3) AQ ย่อมาจากคำว่า ADVERSARY QUOTIENT คือความมีน้ำอดน้ำทนเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย
อันดับแรก IQ มนุษย์ที่เกิดมาโดยเฉลี่ย IQ 100-110 เป็นเรื่องปกติ ในความที่จะฉลาดมากฉลาดน้อยมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่น้ำหนักของสมอง น้ำหนักของสมองพวกเราทั้ง 3 ส่วน ไม่ว่าสมองส่วนล่าง ส่วนกลาง ส่วนบน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1-1.5 กิโลกรัม ถ้าเราผ่าสมองออกมายกมาทั้งก้อนเอาไปชั่ง ถามว่าบุคคลที่เป็นอัจริยะอย่าง Einstein สมองหนักเท่าไหร่ จากข้อมูลทราบว่าสมอง Einstein หนัก 1.2 กิโลกรัมเท่านั้นเอง สมองของ Einstein ไม่ได้ใหญ่กว่าสมองของคนทั่วไป ทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 1-1.5 กิโลกรัม Einstein อยู่ 1.2 กิโลกรัม เพราะฉะนั้นความฉลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณหรือน้ำหนักของสมอง ความฉลาดนั้นส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม มีพ่อที่ฉลาด มีแม่ที่ฉลาด เพราะฉะนั้นก่อนที่จะจับคู่ ก่อนที่จะมีแฟน ดูซิว่าแฟนเราฉลาดหรือเปล่า ที่สำคัญที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าบางคนจับพลัดจับผลู เดี๋ยวนี้มีแฟนเหมือนจับสลากเลย เหมือนกับเล่นรัสเซียนรูเล็ต ได้คนไหนก็เอาคนนั้นแหละ กลัวตกรถขบวน ไม่ต้องกลัว วันนี้หาไม่ยากหรอกครับ ที่หายากคือแฟนที่ดีที่จะอยู่กับเราตลอดชีวิตที่จะสร้างครอบครัว สิ่งที่สำคัญอันดับแรกของความฉลาดคือ IQ ก่อนแต่งงานต้องตรวจพันธุกรรม เป็นพาหะของโรคหรือเปล่า ต้องตรวจโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เป็นต้นว่าโรคหนึ่งที่คนไทยเป็นเยอะมากคือโรคทารัสซีเมีย นอกจากนั้นแล้วก็มีโรคอื่น ๆ แม้กระทั่งเอดส์ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม รวมไปถึงโรคบางโรคที่เขาเรียก Downsyndrome หรือที่เรียกว่าปัญญาอ่อน พ่ออาจไม่ปรากฏอาการ แม่ก็ไม่ปรากฏอาการ แต่ทั้งสองคนอาจเป็นพาหะ พอแต่งงานกัน พาหะกับพาหะจับคู่ด้วยกัน ในที่สุดลูกเกิดมาปัญญาอ่อน ลักษณะของ Downsyndrome ประเภทลิ้นจุกปาก หน้าผากแคบ ๆ ตาโปน ๆ นั่นคือลักษณะของ Downsyndrome อย่าคิดว่าฉลาดเท่านั้นจะไม่เป็น อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งตัวคุณพ่อจบปริญญาเอกก็ถือว่าเป็นคนมีสมองดี ตัวคุณแม่จบปริญญาโท แต่สองคนเป็นพาหะ แล้วก็มาแต่งงานเข้าด้วยกันโดยไม่ได้ตรวจพันธุกรรม ผลที่ตามมาลูกคนแรกเกือบทำใจไม่ได้ ลูกเป็น Downsyndrome แต่ในความเป็นลูกอย่างไรก็ต้องรักอย่างไรก็ต้องดูแล แต่จะเป็นภาระไปตลอดชีวิต การดูแลลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจึงสำคัญมาก
การแต่งงานการจะมีลูกต้องมีเมื่อพร้อมอย่าเป็นไปตามยถากรรม ยกตัวอย่างเรื่องเสือ พอดีในส่วนของ ส.ส.พรรคไทยรักไทยท่านหนึ่งที่อุบลราชธานี เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเลี้ยงเสือ แต่เลี้ยงโดยถูกต้องจดทะเบียนกับกรมป่าไม้เรียบร้อย พวกเรามักจะนึกถึงเสือในฐานะที่เป็นสัตว์ที่โหดร้าย สัตว์ที่ป่าเถื่อน สัตว์ที่ทารุณ แต่เสือก็มีวัฒนธรรมในการจีบ เขาบอกว่าเวลาเลี้ยงเสือ เสือ 2 ตัว ตัวผู้กับตัวเมีย จะมาจับใส่กรงเข้าด้วยกันทันทีเพราะหวังจะให้มันจับคู่ผสมพันธุ์ไม่สำเร็จ มันกัดกัน มันตบกัน บางทีถึงตาย ก่อนที่จะให้เสือจับคู่กัน เขาต้องเอาเสือตัวผู้ไว้กรงหนึ่ง เสือตัวเมียใส่ไว้กรงหนึ่ง แต่เอาลูกกรงชิดติดกัน ให้เริ่มจากการเห็นหน้าเห็นตากัน เริ่มมองตา เริ่มรู้ใจก็เริ่มดมกลิ่น เริ่มเลียผ่านกรง เริ่มมีความรู้สึกโรแมนติก เขาถึงจะเปิดกรงให้เสือสองตัวเข้าไปอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเราในฐานะมนุษย์อย่าแพ้เสือ ต้องโรแมนติกหน่อย เราเป็นมนุษย์เราต้องมีวัฒนธรรม เราต้องมีมารยาท เราต้องมีวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม จีบกันก่อน ดูใจกันก่อน อย่าให้แพ้เสือ ผมไปตรวจผับตรวจเธคผมไม่ตกใจที่เห็นถุงยางหรอก แต่บังเอิญผมเห็นถุงยางมันอยู่ผิดที่ มันก็น่าเป็นห่วง ถุงยางที่ใช้แล้วยืดแล้วมันตกอยู่ในเธคนี่ มันไหวหรือ
คนเราการแต่งเนื้อแต่งตัว แต่งกาย หรือการรู้จักกาละเทศะ เขาเรียกหลักสัตบุรุษ เมื่ออยู่ใกล้อิทธิพลคำสั่งสอนของท่านพุทธทาส ที่อำเภอไชยา สิ่งนี้ต้องซึมซับมาถึงชาวสุราษฎร์ธานีทั้งปวง สถานที่นี้เป็นสถานที่ที่วิเศษมาก ๆ ของปรัชญาในพุทธศาสนา เป็นความมีปัญญา เป็นความฉลาด เป็นความเลิศล้ำและต้องนำสิ่งที่เป็นเพชรอยู่ใกล้เรานิดเดียวมาประยุกต์ใช้ ถ้าไม่มีเวลาไปไม่เป็นไร เทปธรรมะของท่านมีมาก เอาเทปมาเปิดมาฟัง แล้วจะทราบว่าสิ่งเหล่านั้นคือปัญญา สิ่งเหล่านั้นที่ฝรั่งเขาเรียกว่า WISDOM การรู้จักกาละเทศะ ความถูกต้องความเหมาะสม ตรงนี้สำคัญมาก ชุดที่นักศึกษาทั้งหลายแต่งเหมาะสมถูกต้องสวยงามเวลาอยู่ในห้องเรียน แต่เอาชุดเหล่านี้ใส่ไปว่ายน้ำเหมาะไหม เช่นเดียวกัน กำลังว่ายน้ำอยู่ก็นุ่งทูพีชหรือวันพีชก็แล้วแต่ อยู่ในชายหาดสระว่ายน้ำก็เหมาะสม แต่มานั่งฟังเลคเชอร์ที่นี่เหมาะสมไหม หลายอย่างมันขึ้นอยู่กับกาละเทศะ ขึ้นอยู่กับเวลา ขึ้นอยู่กับสถานที่ ขึ้นอยู่กับโอกาส ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้บุคคลนั้นประสบความสำเร็จ เราต้องรู้ว่ากาละอะไร เวลาไหน เทศะอะไร ที่ไหน เราต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ตรงนี้คือสิ่งที่ละเอียดอ่อนมากไปกว่ากฎหมายข้อบังคับทั้งหลายที่มีอยู่ เราต้องทราบว่าอะไรที่ควรพูดอะไรไม่ควรพูด ผมสอนลูกตลอดเวลาว่าให้เขาพูดในสิ่งที่เขาควรจะพูด และละเว้นการพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด อย่างสิ่งหนึ่งที่ผมถือเป็นข้อความประจำใจ ผมจะไม่วิจารณ์อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไม่ว่าท่านใดทั้งสิ้น ผมถือว่าคนที่มาถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผู้ใหญ่ที่สุดทางบริหาร เราซึ่งเด็กกว่าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเราจะไม่วิจารณ์ ถ้าเราวิจารณ์กันเละไปหมดไม่รู้จักผู้ใหญ่ไม่รู้จักผู้น้อย คนที่เขาจะดูถูกเหยียดหยามเราก็คือคนต่างชาติ เขาจะบอกว่าคนไทยไม่มีคนดีสักคน ขนาดนายกรัฐมนตรีสูงสุดก็เล่นกันเละ ด่ากันคำต่อคำ ปากต่อปาก เพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักกาละเทศะ
ในสนามกีฬาผมชอบโค้ช โค้ชสอนกีฬาที่นิวซีแลนด์เขาสอนดีมาก เวลาที่เด็กเขาไปเล่นกีฬาเด็กตั้งแต่ระดับประถมเข้าไปในสนามกีฬา โค้ชเขาบอกว่าเมื่อเข้าไปอยู่ในสนามกีฬาคนที่มีอำนาจสูงสุดคือกรรมการตัดสิน แน่นอนคนที่เป่านกหวีด แม้กระทั่งไลด์แมนถ้าเป็นกีฬาฟุตบอล บุคคลเหล่านี้เป็นมนุษย์เหมือนเรา มีโอกาสผิดพลาดได้ มีโอกาสอคติได้ แต่ฐานะผู้เล่นเราต้องให้เกียรติ เราต้องไม่เถียงกรรมการ ต้องไม่ทำร้ายกรรมการ เป็นหน้าที่ของโค้ชที่จะดูว่ากรรมการตัดสินถูกต้องหรือยุติธรรมหรือไม่ ไม่ใช่ผู้เล่นลงไปโต้เถียง ลงไปทำร้ายกรรมการไม่ได้ สิ่งเหล่านี้มันประยุกต์ใช้กับหลายสิ่งหลายอย่าง เหมือนกับการเลือกตั้ง เราต้องเคารพ กกต. การผิดการถูกนั้นไม่ใช่เราไปอัด กกต.เสียเอง อยู่ในประเทศนี้เราต้องเคารพศาล เราต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม เราต้องเคารพกฎหมายนั่นคือหน้าที่พลเมือง เราต้องรู้จักหน้าที่เหล่านี้ ต้องรู้จักประยุกต์ใช้สิ่งเหล่านี้เข้ามา นั่นคือการรู้จักกาละเทศะ ที่สำคัญมาก ๆ ในการดำรงชีวิตอยู่ หลายอย่างถูกต้องเหมาะสมในสถานที่หนึ่ง แต่อาจจะไม่เหมาะสมในอีกสถานที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญเวลาที่ออกไปทำงานเวลาไปเจอนายของเราทำผิด พูดผิด อย่างน้อยแสดงความเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่เราต้องทำคือเราต้องให้เกียรติประธานไม่โต้แย้งกับประธาน และถ้ามีอะไรผิดพลาด เรามาบอกภายนอกบอกสองต่อสองได้ ข้อมูลบางอย่างมันไม่ตรงมันไม่จริงอย่าไปทำให้บุคคลซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมรู้สึกเสียหน้า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งบางทีเราควรรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร เพราะฉะนั้นประเด็นที่บอกในที่นี้คือ IQ
ความฉลาดของมนุษย์นั้น ส่วนที่หนึ่งมาจากพันธุกรรม ส่วนที่สองมาจากการเรียนรู้ เราเรียนรู้ตลอดชีวิต แล้วเราเอาประสบการณ์ที่ผิดพลาดล้มเหลวมาเป็นบทเรียนสอนเราในวันข้างหน้า เราต้องตั้งใจว่าเราจะไม่พลาดอย่างที่เราเคยพลาดมาแล้ว ทุกคนมีโอกาสพลาดด้วยกันทั้งสิ้น แต่อย่าทำให้เกิดความผิดพลาดซ้ำซาก เปิดโอกาสให้ทำผิดใหม่ ๆ บ้าง บางคนพลาดแล้วพลาดอีก สมมุติบังเอิญพลาดเสียเนื้อเสียตัวให้เพื่อนคนหนึ่งไปแล้วหรือแฟนคนหนึ่งไปแล้ว บอกไหน ๆ เสียไปแล้วก็ให้มันเสียไปตลอดเลยก็แล้วกัน ถ้าอย่างนั้นไม่ไหว เราต้องรู้ว่าเราเจ็บช้ำมาจากคนที่หนึ่ง แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา วันหน้าเริ่มต้นใหม่ได้ แต่ไม่ใช่บางคนไปคิดผิดว่าเมื่อเสียตัวไปแล้วเพราะฉะนั้นเป็นหญิงบริการไปเลย ประชดชีวิตไปเลย จบไปเลยไม่ได้ ณ วันนี้เราต้องคำนึงถึงว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ต้องนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ พ่อแม่กว่าจะเลี้ยงพวกเรามา ผิดหวังที่ผู้หญิงผู้ชายคนเดียวไม่ใช่สาระสำคัญ วันข้างหน้าความผิดหวังเหล่านี้อาจเป็นเรื่องขำขันที่คุยกันในวงเพื่อนด้วยซ้ำไป ชีวิตคนเราใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ใช้ประสบการณ์เป็นบทเรียน เอาเข้ามาประยุกต์ใช้ IQ ของเราไม่ได้สร้างในห้องเรียนเท่านั้น แต่มีบทเรียนที่อยู่นอกห้องเรียนอีกมากมาย

อันดับสอง EQ คือการควบคุมอารมณ์ได้ คนเรานั้นจะต้องให้อารมณ์ของเรานิ่งพอสมควร ต้องรู้จักว่าหลายเรื่องที่เราอยากจะทำในตัวเราเอง แต่เมื่อเรานั่งทำงานร่วมกับคนอื่น บางทีเราก็ต้องลดความตั้งใจหรือความอยากของเรา เอาความตั้งใจหรือความอยากของคนอื่นมาประสมเข้าด้วย เพราะฉะนั้นในประเทศไทย โดยเฉพาะบัญญัติไตรยางค์ ใช้ไม่ค่อยได้ผล งานหนึ่งชิ้นคนหนึ่งคนทำใช้เวลา 100 วัน งานชิ้นเดียวกันนี้ทำบัญญัติไตรยางค์ทั้งสองคนทำน่าจะเหลือ 50 วัน ถ้างานชิ้นนี้ 3 คนทำน่าจะเหลือ 33 วัน ถ้า 4 คนทำ น่าจะเหลือ 25 วัน แต่ก็ปรากฏว่า ถ้า 4 คนทำไม่รู้จบเลย เขาพูดภายใต้เงื่อนไขว่า 1 คน 2 คน 3 คน หรือ 4 คน ทำงานเป็นทีมเข้าด้วยกัน รู้จักแบ่งงานกัน รู้จักที่จะฟังซึ่งกันและกัน รู้จักช่วยกัน แต่ถ้าหาก 4 คนนี้ต่างคนต่างไปคนละทาง ใช้คนเดียวทำดีกว่า เพราะ 4 คนทำไม่รู้จบ เพราะทะเลาะกันอยู่นั่นแหละ นี่คือประเทศไทย คนไทย 1 คนกับญี่ปุ่น 1 คน ทุกคนพูดเหมือนกันหมด เราไม่ได้ด้อยกว่าญี่ปุ่น เราน่าจะเหนือกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำไป แต่พอคนไทย 2 คน กับญี่ปุ่น 2 คนเราเริ่มสู้ญี่ปุ่นไม่ได้แล้ว พอคนไทย 3 คนกับญี่ปุ่น 3 คน ญี่ปุ่นทำงานเสร็จแต่คนไทยยังทะเลาะกันไม่เสร็จเลย นี่คือสิ่งที่เราพูดถึง EQ เราต้องสามารถรับฟังคนอื่น เอาสิ่งที่เป็นความแปลกและแตกต่างมารวมเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นในขณะที่เราเรียนในระดับวิทยาลัย ระดับอาชีวะ หรือที่เรียกว่าระดับอุดมศึกษานั้น เราจำเป็นต้องทำสิ่งที่เรียกว่ากิจกรรมนักศึกษา ต้องเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในสโมสรนักศึกษา เป็นผู้นำห้องเป็นผู้นำเพื่อน แล้วจะรู้ว่าในฐานะที่เป็นผู้นำจะให้บทเรียนเราดีมากทีเดียว ผมเองอาจจะโชคดี สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยเป็นหัวหน้า ตำแหน่งดูสูงมีเครื่องแบบพิเศษ มีเครื่องหมายพิเศษ มีหมวกพิเศษ แต่จริง ๆ แล้วเมื่อกลับเข้ามาอยู่ในโรงเรียนมันแปลว่าเราคือเบ๊คนแรก เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งงานมาให้ทำ เราสั่งต่อเพื่อนไม่ได้ ขอร้องเพื่อนเพื่อนไม่ทำเราต้องทำก่อน ในที่สุดเพื่อนที่ดี ๆ เขาสงสาร เขาก็เลยตามมา เขาบอกให้ทำความสะอาดกองร้อยให้เสร็จ ไปบอกคนนั้นคนนั้นก็ไม่ว่าง ไปบอกคนนี้คนนี้ก็ไม่ทำ หัวหน้าต้องทำก่อน ในที่สุดเพื่อนฝูงก็จะตามมา
เมื่อคนระดับเท่า ๆ กัน ส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสั่ง แต่ขึ้นอยู่กับการทำเป็นแบบอย่าง ขึ้นอยู่กับการที่เราเป็นผู้เสียสละเสียก่อน แล้วเขาก็จะเดินตาม อย่างในวันนี้ ใน ครม.ไม่มีใครสั่งใครได้ แต่ถ้าทำแบบอย่างแล้วเข้าตาประชาชน แล้วคนอื่นเขาก็ทำตาม เราต้องไม่เริ่มด้วยการตำหนิคนอื่น ว่าคนอื่นไม่ทำ คนนี้ไม่ทำ คนโน้นไม่ทำ เราทำก่อนซิ ถ้าทำแล้วเข้าตาประชาชนคนอื่นก็จะทำตาม นี่คือตัวอย่าง เวลาที่เราอยู่กับเพื่อน เราอย่าไปตำหนิเพื่อนว่าทำไมเพื่อนไม่ทำ เราต้องเริ่มต้นจากตัวเรา เราทำก่อน เราทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น จากนั้นเพื่อนที่ดี ๆ เขาก็จะตามเรา สิ่งเหล่านื้คือเรื่องของ EQ เป็นคนที่ไม่โกรธง่าย มีความมั่นคงในอารมณ์ ไม่ท้อถอย สู้ต่องาน และรู้จักรับฟังเพื่อนฝูง
ตัวที่สาม AQ ตัวนี้สำคัญมากคือเรื่องของความมีน้ำอดน้ำทนเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย ตรงนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่น่าเสียดายว่าโดยเฉพาะเด็กไทย เยาวชนไทยมีน้อยกว่าญี่ปุ่น มีน้อยกว่าเวียดนาม ในหลวงรัชกาลที่ 6 ท่านพระราชนิพนธ์ไว้เช่นนี้ครับ ท่านบอกว่าทางไปสู่เกียรติศักดิ์จะประดับด้วยดอกไม้หอมหวลยวนจิตไซร้ไม่มี เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเราอยากจะเดินเข้าไปทำงานต่าง ๆ ให้สำเร็จ ต้องมีความมีน้ำอดน้ำทน ในพุทธศาสนามีคำสอนว่า อย่าอ้างว่ายังร้อนนัก ยังหนาวนัก ยังเช้านัก ยังสายนัก ยังอิ่มนัก ยังหิวนัก ต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า Present ในสองความหมาย ความหมายหนึ่งแปลว่า ปัจจุบัน Present time ก็คือเวลาปัจจุบัน คำว่า Present เขียนแบบเดียวกัน สะกดแบบเดียวกัน อีกคำแปลว่าของขวัญ เขาบอกว่าปัจจุบันคือของขวัญสำหรับชีวิต อย่าห่วงอาทรถึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว อย่ากังวลเกินไปสำหรับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ณ วันนี้ เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ คือจุดที่เป็นของขวัญของชีวิต เพราะฉะนั้นต้องเริ่มทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ทำตั้งแต่ตอนนี้ให้ดี แล้ววันข้างหน้ามันก็จะดีไปเอง และเอาบทเรียนในอดีตนั้นเป็นบทเรียนของเรา อย่าไปห่วงหาอาทร อย่ากลับไปแก้ไขอดีต มันเป็นไปไม่ได้ เมื่ออดีตผิดพลาดเอามาเป็นบทเรียนเป็นสิ่งสอนใจเรา แล้วทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวานนี้ แล้วพรุ่งนี้ก็จะดีกว่าวันนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราต้องมีความอดทนอดกลั้น และบ่อยครั้งทีเดียว สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะเป็นบทเรียนที่ล้ำค่าสำหรับเราในวันข้างหน้า เราจะพบว่าถ้าเราไม่มีความอดทนงานอะไรก็ไม่สำเร็จ
ในความอดทน บางครั้งต้องทนต่อร่างกาย บางครั้งต้องทนต่อจิตใจ ในสมัยที่การรบแบบเวียดนาม การรบแบบเวียดกง เขาบอกในประเทศสหรัฐอเมริกาคนอเมริกันที่เป็นคนผิวขาวทนน้อยกว่าคนเวียดนาม Lyndon B Johnson อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเองเป็นคนบอกว่าคนอเมริกันนี้เป็นคนมีลักษณะเหมือนกับคนที่ชอบเล่นฟุตบอล อเมริกันฟุตบอลคืออยากเห็นฝ่ายตัวเองได้เปรียบ อยากเห็นฝ่ายตรงข้ามเพลี่ยงพล้ำในฉับพลันทันที ความอดทนต่ำมาก แต่เวียดนามไม่ใช่ เวียดนามบอกว่าเราจะใช้ความยืดเยื้อในการเอาชนะจนกระทั่งฝ่ายตรงข้ามเกิดความเบื่อหน่ายและท้อแท้ไปเอง เพราะฉะนั้นใครเก่งกว่าคนนั้นชนะ ในเกมทั้งหลายก็เช่นเดียวกันใครอึดกว่าคนนั้นชนะ ฉะนั้นจำเป็นต้องมีความอดทนถ้าวันนี้ไม่สำเร็จพรุ่งนี้เอาใหม่ พรุ่งนี้ไม่สำเร็จมะรืนนี้เอาใหม่
นายพล NELSON แม่ทัพเรืออังกฤษ คือคนที่เอาชนะนโปเลียนในการรบที่ TRAFALGAR ปรากฏในการรบแต่ละครั้ง NELSON พ่ายแพ้มาเกือบตลอด พ่ายแพ้ถึงขนาดเสียขาไปข้างหนึ่ง แล้วอีกครั้งเสียตาไปข้างหนึ่ง เป็นการรบทางเรือ แต่ทุกครั้งที่แพ้ NELSON แทนที่จะมาดื่มเหล้าเมามายทอดอาลัยตายอยากในชีวิตถอดถอนใจ NELSON ทำตรงกันข้าม NELSON เอาแผนการรบทุกครั้งที่แพ้นโปเลียนมาศึกษา นโปเลียนชนะอย่างไร เขาแพ้อย่างไร เขาพลาดอย่างไร นโปเลียนได้เปรียบอย่างไรเอามาศึกษาตลอด ในท้ายที่สุดแล้ว NELSON ก็รู้จุดอ่อนของนโปเลียน สามารถเผด็จศึกนโปเลียนแพ้ราบคาบในการรบที่ TRAFALGAR กลายเป็นวีระบุรุษที่อยู่ชั่วกัปชั่วกัลป์ของชาวอังกฤษ ถ้าหากใครไปที่จัตุรัส TRAFALGAR กลางกรุงลอนดอนจะพบว่ามีอนุสาวรีย์ของ NELSON อยู่บนเสาสูงมาก เป็นวีระบุรุษของชาวอังกฤษ คนเราก็เช่นเดียวกันเราต้องเอาสิ่งที่แพ้นั้น มาศึกษามาทบทวนสักวันหนึ่งก็จะชนะ นี่คือเรื่องของ AQ

สรุปว่าวันนี้ลูกหลานทั้งหลายอยู่ในวัยที่กำลังสดใส มีอนาคตอีกยาวไกล ถ้าไม่ทำลายตัวเองเสียก่อน สมมติอายุเฉลี่ยที่นี่ 20 อายุของมนุษย์สามารถอยู่ได้ถึง 100 ปี ยังมีเวลาอย่างน้อย 80 ปีที่จะอยู่ วางแผนชีวิตของตนเองให้ดี อยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไรที่เป็นอาชีพที่สุจริต อยากจะเดินไปทิศทางเหมือนใคร หาประวัติบุคคลสำคัญมาอ่าน หาตัวแบบที่เราอยากจะเดินตาม นั่นคืออนาคตที่เราสามารถจะสร้างด้วยตัวของเราเองได้ เก็บประสบการณ์เก็บโอกาสทุกอย่างเก็บเกี่ยวที่ดีที่สุดไว้กับตัวเอง แล้วเราจะไม่เสียใจว่าเส้นทางที่เราเดินนั้น คือเส้นทางสายตรงที่สั้นที่สุดจึงไปถึงจุดหมายปลายทาง ถึงแม้เราบอกว่าเราอยากรวย ไม่ยาก วันนี้วิธีการที่อยากรวยนั้นไม่ยากเลย ยกตัวอย่างมีคนที่จบต่างประเทศคนหนึ่ง เขาไปจบสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แล้วก็กลับมาทำงานที่เมืองไทย หลังจากกลับมาทำงานทางด้านต่างประเทศอยู่พักหนึ่ง เขาก็เบื่อเขาบอกมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ มันไม่ใช่ความหมายของเขา เขาก็กลับไปดูว่าพ่อแม่ในอดีตเขาทำอะไรมา เขาก็พบว่าพ่อแม่ในอดีตเขาทำมะขามแก้วขาย มะขามแก้วก็คือมะขามที่เอามาคลุกน้ำตาลคลุกเกลือแล้วห่อกระดาษแก้ว แต่เราพบว่ามะขามแก้วที่เราทานนี้เก็บได้ไม่กี่วัน เพราะความชื้นจะเข้าไปและกลายเป็นน้ำเยิ้ม เขาก็กลับไปคิดว่าธุรกิจอย่างนี้ที่เขาสนใจ เขาอยากจะสืบทอดสิ่งที่พ่อแม่เขาได้ทำมาตลอด วิธีการของเขาก็คือเขามานั่งคิดมานั่งศึกษาว่าเขาจะทำอย่างไรที่จะทำมะขามแก้วให้กลายเป็นสากล ให้ได้ เราเคยทานพวกช็อคโกแลต M&Mที่บอกว่ามันละลายในปากไม่ละลายในมือ นั่นแหละ เขาบอกว่ามะขามแก้วทำแบบ M&M ไม่ได้หรือ ให้มันละลายในปากไม่ละลายในมือ นี่คือวิธีคิดของเขา เขาอยากจะได้ความรู้ตรงนี้ว่าทำอย่างไรจะแปลงมะขามแก้วให้เหมือน M&M ที่ขายไปทั่วโลก เขาก็ไปปรึกษาอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถามว่ามีเครื่องจักรเครื่องมืออะไรไหมที่จะทำมะขามแก้วให้เหมือน M&M ก็ไปศึกษาทางด้าน FOOD SCIENCE อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็บอกว่ามีเครื่องมือสามารถที่จะแปลงเอามะขามแก้วที่เคยทำให้มามีลักษณะใช้น้ำตาลเคลือบเป็นน้ำตาลที่สามารถที่จะวัดได้ว่าหนากี่ไมครอน แล้วหลังจากนั้นมีวิธีการจัดเก็บอย่างไรที่สามารถจัดเก็บได้นานเป็นปีโดยที่ไม่เสื่อมคุณภาพ ต้องใช้ถุงกระดาษฟลอยด์ แล้วก็ฉีดโอโซนเข้าไปเพื่อรักษาความสดของอาหาร หลังจากศึกษาเสร็จเรียบร้อยตัดสินใจลงทุน ในท้ายที่สุดมะขามแก้วของเขาวันนี้ใส่ถุงฟลอยด์ ถุงหนึ่งประมาณ 3 เม็ด แล้วใส่ภาชนะบรรจุให้สวยงาม ส่งออกขายที่ยุโรป โดยเฉพาะที่สวิตเซอร์แลนด์ขายดีมาก จากธุรกิจที่มูลค่าปีหนึ่งไม่กี่แสนบาท ขณะนี้เป็นมูลค่านับร้อยล้านบาท
วันนี้มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่จะฝากลูกหลานในที่นี้ว่า ถ้าสมมุติเราไม่ต้องการไปเป็นลูกจ้างใคร เราสามารถออกไปเป็นผู้ประกอบการอย่างที่รัฐบาลได้ตั้งความหวังไว้ แต่สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ฝากไว้ตลอดเวลาก็คือ เศรษฐกิจของความใส่ใจ (ATTENTION ECONOMY) ถ้าเราใส่ใจแล้วสิ่งทั้งหลายที่เป็นทรัพยากรล้ำค่าของเราวันนี้ สามารถจะแปลงเป็นเงินได้เกือบทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราได้เห็นว่ามันสามารถแปลงหรือเปล่า ถ้าเราใส่ใจสิ่งทั้งหลายที่อยู่ในสุราษฎร์ธานีวันนี้เป็นทรัพย์ในดินสินในน้ำทั้งนั้น แปลงสิ่งที่เป็นวัตถุที่ไร้ค่าให้เป็นวัตถุที่มีค่า สมัยก่อนเรากรีดเฉพาะยาง เอาเฉพาะน้ำยางพารา เดี๋ยวนี้ใบยางพาราก็สามารถทำดอกไม้ประดิษฐ์ได้ เอาใบยางพาราขนาดกลางไปแช่บริเวณที่น้ำไหล ประมาณ 3-4 วัน แล้วขูดให้เหลือเฉพาะตัวเส้นใยของใบ แล้วก็เอาไปย้อมสีทำดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งใบไม้ธรรมดากลายเป็นราคาขึ้นมา ATTENTION ECONOMY ชัดเจนมาก คือมะพร้าว กาบมะพร้าว กะลามะพร้าว ทิ้งไปหมด มะพร้าวลูกนั้นเฉพาะน้ำก็ราคาสิบบาท แต่ถ้าเราฉลาดกว่านั้น เราทานน้ำมะพร้าวเสร็จเราก็ทานเนื้อมะพร้าวด้วย มันก็ได้ประโยชน์ แต่สมมุติเนื้อมะพร้าวเราไม่ทานเราเก็บเนื้อมะพร้าวเหล่านี้ จากจำนวนสิบลูก ร้อยลูก พันลูก มาทำเป็นน้ำมันมะพร้าว ซึ่งวันนี้น้ำมันมะพร้าวสามารถใช้แทนดีเซล เรียกว่าไบโอดีเซล โดยที่ไม่ต้องสั่งนำเข้าน้ำมันดีเซล กะลามะพร้าวสมัยก่อนเราดูถูกมาก กะโหลกกะลา เดี๋ยวนี้กะลามะพร้าวสามารถนำมาทำหัตถกรรม มาทำภาชนะบรรจุของ มาทำเครื่องประดับได้สองต่อแล้ว กาบมะพร้าวใช้ทำอะไรได้ กาบมะพร้าววันนี้สามารถมาย่อยสลายทำเป็นวัสดุคลุมดิน ประเทศตะวันตกช่วงหน้าหนาวขณะที่เวลาหิมะตกปกคลุมเขาต้องการสิ่งที่เป็นลักษณะของใยคลุมบนผืนดิน โดยเฉพาะต้นไม้ที่เขาปลูกที่เป็นต้นไม้ล้มลุกทั้งหลาย อย่างพวกกุหลาบ พวกต้นไม้สารพัดประเภทที่เขาอยากจะปลูก ก็จะใช้พวกนี้คลุมดิน เยอรมันได้สามารถเอาใยมะพร้าวกาบมะพร้าวนี้ไปปั่นใหม่แล้วก็อัดเข้าแบบพิมพ์ทำเป็นเบาะรถยนต์ซึ่งราคาสูงขึ้นอีกมาก สมัยก่อนเราจะพบว่าทางมะพร้าวเอามาทำแค่ไม้กวาด เดี๋ยวนี้ทางมะพร้าวที่ไม่แก่เกินไปสามารถที่จะนำมาทำเป็นกระจาด ทำเป็นตะกร้า ซึ่งต้นทุนมันถูกกว่าการใช้หวายหรือใช้ไม้ไผ่ซึ่งต้องมาเหลา และใบมะพร้าวที่เหลือเอามาทำโมบายได้ สามารถมีมูลค่าเพิ่มได้ ยอดมะพร้าวเดี๋ยวนี้ราคาสูงมาก เป็นที่นิยมยิ่งกว่าหน่อไม้ ต้นมะพร้าวทั้งต้นถ้าใครไปสมุยจะพบว่าสนามบินสมุยนั้นมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทยและอาจจะไม่เหมือนที่ใดเลยในโลก เพราะเอกชนเขาคิดอีกแบบหนึ่ง ถ้าเป็นสนามบินของรัฐก็จะก่ออิฐฉาบปูน สมุยนั้นสนามบินใช้ต้นมะพร้าวในการทำเสา เสร็จแล้วก็ใช้หญ้าคามุงหลังคา ขณะเครื่องบินลงเพื่อป้องกันไม่ให้หลังคาปลิวก็ใช้ตะข่ายคลุมอีกทีหนึ่ง เปลี่ยนหลังคาในส่วนที่เป็นหญ้าคาในทุกประมาณ 3-4 เดือน ต้นมะพร้าวเหล่านี้สามารถใช้เป็นประโยชน์ได้ในการก่อสร้างในการประดับ นั่นคือความหมายของคำว่าเศรษฐกิจของความใส่ใจ
ในภาพรวมวันนี้ได้พูดไปแล้วว่า ก่อนอื่นต้องทราบว่าเราอยู่ภายใต้กรอบร่วมกันคือความเป็นชาติ ในความเป็นชาติไทยนั้นมีทั้งทรัพยากรธรรมชาติมีทั้งทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะลูกหลานในที่นี้คือทรัพยากรมนุษย์ที่ล้ำค่า และในตัวพวกเราทั้งหลายที่ล้ำค่าที่สุดอยู่ที่สมอง เรามีเวลาในข้างหน้าอีกมากมาย เราต้องรู้จักวางว่านะจุดนี้ที่เราอยู่ ณ วันนี้ เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร เส้นทางที่สั้นที่สุดคือเส้นทางที่ตรงที่สุด เราจะไม่เสียเวลามัวเมากับอบายมุขกับยาเสพติดกับสิ่งที่ไร้ค่า เราจะต้องทำตัวโดยที่เราหาตัวแบบที่เหมาะสมที่เราอยากจะศึกษา อยากจะเอาตัวอย่าง สิ่งเหล่านี้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และเราพยายามเปิดหูเปิดตาของเราให้กว้าง หาทางที่ไปสู่เป้าหมายให้ได้ดีที่สุด ให้ง่ายที่สุด และขณะเดียวกันเมื่อเราทำอาชีพที่สุจริต อาชีพเหล่านี้ก็จะตอบสนองทำให้ชาติของเรานั้นมั่งคั่งร่ำรวยขึ้น
ประเทศที่มั่งคั่ง ทั้งให้กิน ทั้งให้นอน ทั้งให้การศึกษา ทั้งให้ความเจริญเติบโตก้าวหน้ายังทุจริตไม่รู้จบ สิ่งนี้ไม่พึงปฏิบัติอย่างยิ่ง วันนี้มีบุคคลซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองส่วนหนึ่งที่เนรคุณต่อชาติเนรคุณต่อประเทศไทย จึงทำให้ประเทศไทยตกต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน ในทางเศรษฐกิจในทางสังคมเราต้องตั้งใจกันใหม่ตั้งทิศทางกันใหม่ว่าเราต้องเอาชาติอยู่รอดดังเพลงปลุกใจที่เราเคยฟังกันมาแล้วว่า "ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้นชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร"